(ภาษากรีก) "สตีเฟ่น...ลูกรัก โอ แม่รักลูกเหลือเกิน สตีเฟ่น...แม่รักลูก แม่กับพ่อรักลูก...อย่าลืม สตีเฟ่น โปรดอย่าลืม...แม่กับพ่อรักลูก รักลูก...สตีเฟ่น" ถ้อยคำที่เวียนวนอยู่ในห้วงฝันกึ่งตื่น น้ำเสียงแผ่วพร่านั้นดังแค่ในสมอง หาก ข้างหูของเด็กหนุ่มวัย 10 กว่ากลับยินเพียงถ้อยหอบกระเส่า พลางคำรามก้องด้วยความซ่านกระสันต์
ร่างเล็กบอบบางถูกขยี้ขย้ำเต็มไปด้วยรอยช้ำจ้ำ คมฟันขบกัด และริ้วรอยของวัตถุแข็งๆ ฟาดสะบัด ตีตรา ชายฉกรรจ์ที่กำลังหาควาสุขอยู่เหนือร่างของเขาแทบไม่ปราณีกันเลย ช่องทางด้านหลังเริ่มฉีกขาด ช้ำบวม และเกรอะด้วยหยาดโลหิตสีเข้มกับคราบขุ่นที่ถูกปลดปล่อยไม่ต่ำกว่าสองรอบ...ดวงตาสู่สีเทางดงามนั้นชื้นฉ่ำ ล่องลอย แฝงอารมณ์เจ็บปวด...และสิ้นหวัง
ทำเถอะ ทำที่ตามใจ
เพราะชีวิตของเขามันไร้ค่า
...แค่ขยะ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
(ภาษากรีก) "นาเบเรียส เดี๋ยวคืนนี้จะมีแขกวีไอพีมาที่นี่ แกต้องขึ้นไปเต้นยั่วจนไอ้ชีคเฒ่านั่นตบะแตก เรียกร้องจะเอาแกจนตัวสั่นระริก...ได้ยินที่ฉันพูดไหม!!" พร้อมเสียงตวาดแข็งกร้าว ฝ่ามือหนาของหญิงเจ้าของซ่องโสเภณีเลยทำท่าจะตบลงมา แต่เมื่อนึกขึ้นได้ แม่เล้าสาวสวยผู้แต่งหน้าทาปากเสียฉูดฉาดก็ชะงักมือไว้ ด้วยเห็นถึง 'ราคา' ของเด็กชายตาสีเทานั้นสูงค่านัก และไม่ควรทำให้บอบช้ำแค่พราะอารมณ์ชั่วแล่นของเธอ
"เอาล่ะๆ ไปเตรียมตัวซะ! ขัดสีฉวีวรรณให้ดี แล้วเตรียมเต้นยั่วกามตาแก่นั่น ให้เอาแกให้ได้...ไม่งั้น คืนนี้ฉันจะจับแกไปลงโทษให้สาสมทีเดียวเชียว!"
"...ครับ" รับคำสั้นๆ เพียงเท่านั้น แล้วเด็กชายตัวน้อยเลยเดินห่อไหล่กลับเข้าห้อง เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการระเริงกามในค่ำคืนนี้
ก็แค่อีกคืนที่ขยะอย่างเขาต้องถูกกระทำ ย่ำยี
ทว่า นาเบเรียสไม่เคยรู้หรือเอะใจสักนิด ว่า...คืนนี้
ชีวิตของเขาจะต้องผันแปรไป ตลอดกาล
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เสียงเพลงภาษาอาหรับดังก้องไปทั่วห้องรับแขกวีไอพีอันหรูหรา เครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำกำลังทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม จนกระทั่ง ร่างเล็กผอมในชุดส่าหรีเนื้อผ้าบางเบาก้าวเท้าออกจากฉากกั้น ก่อนที่เด็กหนุ่มนัยตาสีเทางดงามจะเริ่มร่ายระบำอย่างอ่อนหวาน หาก เจือความเร่าร้อน ร่านราคะ
ทว่า มีสิ่งหนึ่งซึ่งทำให้ชีคชรากับชายผู้เป็นมือขวาคนสนิทต้องหรี่ตาจ้องอย่างเพ่งพินิจ...สีหน้าที่เรียบเฉย และแววตาอ้างว้าง
สิ้นหวัง
กลิ่นอายนั้นถ่ายทอดออกมาจากร่างบอบบาง เป็นกลิ่นอายของมนุษย์ผู้ไม่มีอะไรในชีวิตให้ใยดี จะตายสิ้นซะตรงนี้ก็คงได้ และนั่น...ไม่ควรจะเป็นความรู้สึกที่พวกเขาสัมผัสจากเด็กชายวัยเพียงไม่กี่สิบขวบ!!
ท่ามกลางถ้อยหัวเราะ เป่าปาก อย่างครื้นเครง มีดเบนช์เมดสีเงินคมกริบค่อยถูกดึงออกจากฝัก และเขวี้ยงปักเข้าด้านหลังผนัง เฉียดใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กชายตาสีเทาเพียงไม่กี่เซนติเมตร! เสียงเพลงยังคงบรรเลงต่อไป หาก บรรยากาศในห้องกลับแปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียด เจือความหวาดหวั่น แม่เล้าและเหล่าโสเภณี รวมถึงแมงดาผู้คุมซ่องซึ่งยืนประจำตำแหน่งปะปนกับบอดี้การ์ดของชีคชรา ต่างพากันตะลึง ขวัญผวา และไม่มีใครรู้ว่าควรทำอย่างไรในสถานการณ์ไม่คาดฝันนี้
หาก ร่างบอบบางในชุดส่าหรีกลับยืนสงบนิ่ง ขาเล็กยังคงปักหลัก ไม่สั่นไหว ใบหน้าละอ่อนใสที่ดูตื่นตระหนกในทีแรก ค่อยแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม...หยามหยัน ขมขื่น
ตาคู่สีเทานั้นจ้องนิ่งเพียงชายเจ้าของมีด...ไร้ความหวาดกลัว
หาก เปี่ยมอารมณ์เย็นชา ท้าทาย
...ลงมือเลย!
ถ้าคิดว่าชีวิตนี้ช่างไร้ค่านัก ก็ทำลายมันซะให้จบๆ ไป!!
(ภาษาอาหรับ) "...พอแล้ว เด็กคนนี้...เจ้าเด็กตาสีเทานี่ เอามันกลับไปด้วย!" สิ้นถ้อยประกาศิตจากชีคชรา รอยยิ้มอันยากคาดเดาจึงปรากฏบนมุมปากของชายผู้เป็นมือขวาคนสนิท ก่อนที่ชายหนุ่มจะค้อมศีรษะรับแล้วเดินตรงเข้าหาร่างเล็กผู้ยืนหลับตารออย่างผ่อนคลาย
มีดเบนช์เมดสีเงินคมกริบถูกดึงออกจากผนัง แล้วแตะปลายเย็นเฉียบไล้ผ่านรอยแผลเป็นหลังใบหู จนดวงตาคู่นั้นเปิดขึ้นพลางส่งประกายรั้นหยามรุนแรง โจมตีชายที่กำลังทำเหมือน 'เล่น' อยู่กับร่างกายของเขา และนั่นทำให้ชายผู้เป็นมือขวา...ยิ่งพอใจ
ก็ไม่ได้สิ้นหวัง ไร้ค่า จนเกินเยียวยา
(ภาษากรีก) "ความหวังมีเสมอ เฉกเช่นดวงตะวันและพระจันทร์ไม่เคยลาลับขอบฟ้าไปอย่างจริงแท้..."
............................. (ภาษาเยอรมัน) "แกมันตอแหล!"
(ภาษาเยอรมัน) "ฮ่าๆๆ ฉันไม่ได้ตอแหลหรอก เด็กน้อย...ใช่~ ฉันพูดภาษาเดียวกันกับเธอได้ แล้วฉันจะสอนให้รู้ว่า 'ความหวัง' แท้จริงมีความหมายยังไง สำคัญต่อชีวิตเธอขนาดไหน หึ! มีดเล่มนี้ฉันยกให้...แต่อย่าได้คิดทำอะไรโง่ๆ อย่างการฆ่าตัวตาย เพราะชีวิตของเธอเป็นของท่านชีคแล้ว หากท่านไม่อนุญาต...ยมบาลหน้าไหนก็มาเอาวิญญาณเธอไปไม่ได้!!"
ไม่ใช่แค่การที่ชายแปลกหน้ารู้เท่าทัน พลางตอบกลับมาเป็นภาษาเดียวกัน หาก ถ้อยความและแววตาที่จ้องตรงมานั้นต่างหาก มันทำให้เด็กชายตาสีเทารู้สึกตัวชาวาบ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก เขาไม่เคยลืความรู้สึกนี้...ลางสังหรณ์ อันบ่งบอกว่าชีวิตของเขาจะได้เริ่มต้นใหม่
กำเนิดอีกครั้ง
หาก ไม่ว่ามันจะเป็นการเกิดใหม่ที่ดีขึ้น หรือเลวลง แต่นาเบเรียสสัมผัสได้ว่ามันจะต้องเปลี่ยนชีวิต และตัวตน...ของเขา
ตลอดกาล
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
นั่นคือเรื่องราวก่อนนาเบเรียสจะหลุดพ้นจากนรกแห่งหนึ่ง
เพื่อมายังนรกอีกแห่ง...แต่เป็นนรกแห่งเดียวซึ่งเขา 'เคย' เรียกมันอย่างเต็มปากว่าเป็น...บ้าน
บ้านของเขา สตีเฟน นาเบเรียส อาล์มโวล์ฟ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
TBC.
ร่างเล็กบอบบางถูกขยี้ขย้ำเต็มไปด้วยรอยช้ำจ้ำ คมฟันขบกัด และริ้วรอยของวัตถุแข็งๆ ฟาดสะบัด ตีตรา ชายฉกรรจ์ที่กำลังหาควาสุขอยู่เหนือร่างของเขาแทบไม่ปราณีกันเลย ช่องทางด้านหลังเริ่มฉีกขาด ช้ำบวม และเกรอะด้วยหยาดโลหิตสีเข้มกับคราบขุ่นที่ถูกปลดปล่อยไม่ต่ำกว่าสองรอบ...ดวงตาสู่สีเทางดงามนั้นชื้นฉ่ำ ล่องลอย แฝงอารมณ์เจ็บปวด...และสิ้นหวัง
ทำเถอะ ทำที่ตามใจ
เพราะชีวิตของเขามันไร้ค่า
...แค่ขยะ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
(ภาษากรีก) "นาเบเรียส เดี๋ยวคืนนี้จะมีแขกวีไอพีมาที่นี่ แกต้องขึ้นไปเต้นยั่วจนไอ้ชีคเฒ่านั่นตบะแตก เรียกร้องจะเอาแกจนตัวสั่นระริก...ได้ยินที่ฉันพูดไหม!!" พร้อมเสียงตวาดแข็งกร้าว ฝ่ามือหนาของหญิงเจ้าของซ่องโสเภณีเลยทำท่าจะตบลงมา แต่เมื่อนึกขึ้นได้ แม่เล้าสาวสวยผู้แต่งหน้าทาปากเสียฉูดฉาดก็ชะงักมือไว้ ด้วยเห็นถึง 'ราคา' ของเด็กชายตาสีเทานั้นสูงค่านัก และไม่ควรทำให้บอบช้ำแค่พราะอารมณ์ชั่วแล่นของเธอ
"เอาล่ะๆ ไปเตรียมตัวซะ! ขัดสีฉวีวรรณให้ดี แล้วเตรียมเต้นยั่วกามตาแก่นั่น ให้เอาแกให้ได้...ไม่งั้น คืนนี้ฉันจะจับแกไปลงโทษให้สาสมทีเดียวเชียว!"
"...ครับ" รับคำสั้นๆ เพียงเท่านั้น แล้วเด็กชายตัวน้อยเลยเดินห่อไหล่กลับเข้าห้อง เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการระเริงกามในค่ำคืนนี้
ก็แค่อีกคืนที่ขยะอย่างเขาต้องถูกกระทำ ย่ำยี
ทว่า นาเบเรียสไม่เคยรู้หรือเอะใจสักนิด ว่า...คืนนี้
ชีวิตของเขาจะต้องผันแปรไป ตลอดกาล
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เสียงเพลงภาษาอาหรับดังก้องไปทั่วห้องรับแขกวีไอพีอันหรูหรา เครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำกำลังทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม จนกระทั่ง ร่างเล็กผอมในชุดส่าหรีเนื้อผ้าบางเบาก้าวเท้าออกจากฉากกั้น ก่อนที่เด็กหนุ่มนัยตาสีเทางดงามจะเริ่มร่ายระบำอย่างอ่อนหวาน หาก เจือความเร่าร้อน ร่านราคะ
ทว่า มีสิ่งหนึ่งซึ่งทำให้ชีคชรากับชายผู้เป็นมือขวาคนสนิทต้องหรี่ตาจ้องอย่างเพ่งพินิจ...สีหน้าที่เรียบเฉย และแววตาอ้างว้าง
สิ้นหวัง
กลิ่นอายนั้นถ่ายทอดออกมาจากร่างบอบบาง เป็นกลิ่นอายของมนุษย์ผู้ไม่มีอะไรในชีวิตให้ใยดี จะตายสิ้นซะตรงนี้ก็คงได้ และนั่น...ไม่ควรจะเป็นความรู้สึกที่พวกเขาสัมผัสจากเด็กชายวัยเพียงไม่กี่สิบขวบ!!
ท่ามกลางถ้อยหัวเราะ เป่าปาก อย่างครื้นเครง มีดเบนช์เมดสีเงินคมกริบค่อยถูกดึงออกจากฝัก และเขวี้ยงปักเข้าด้านหลังผนัง เฉียดใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กชายตาสีเทาเพียงไม่กี่เซนติเมตร! เสียงเพลงยังคงบรรเลงต่อไป หาก บรรยากาศในห้องกลับแปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียด เจือความหวาดหวั่น แม่เล้าและเหล่าโสเภณี รวมถึงแมงดาผู้คุมซ่องซึ่งยืนประจำตำแหน่งปะปนกับบอดี้การ์ดของชีคชรา ต่างพากันตะลึง ขวัญผวา และไม่มีใครรู้ว่าควรทำอย่างไรในสถานการณ์ไม่คาดฝันนี้
หาก ร่างบอบบางในชุดส่าหรีกลับยืนสงบนิ่ง ขาเล็กยังคงปักหลัก ไม่สั่นไหว ใบหน้าละอ่อนใสที่ดูตื่นตระหนกในทีแรก ค่อยแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม...หยามหยัน ขมขื่น
ตาคู่สีเทานั้นจ้องนิ่งเพียงชายเจ้าของมีด...ไร้ความหวาดกลัว
หาก เปี่ยมอารมณ์เย็นชา ท้าทาย
...ลงมือเลย!
ถ้าคิดว่าชีวิตนี้ช่างไร้ค่านัก ก็ทำลายมันซะให้จบๆ ไป!!
(ภาษาอาหรับ) "...พอแล้ว เด็กคนนี้...เจ้าเด็กตาสีเทานี่ เอามันกลับไปด้วย!" สิ้นถ้อยประกาศิตจากชีคชรา รอยยิ้มอันยากคาดเดาจึงปรากฏบนมุมปากของชายผู้เป็นมือขวาคนสนิท ก่อนที่ชายหนุ่มจะค้อมศีรษะรับแล้วเดินตรงเข้าหาร่างเล็กผู้ยืนหลับตารออย่างผ่อนคลาย
มีดเบนช์เมดสีเงินคมกริบถูกดึงออกจากผนัง แล้วแตะปลายเย็นเฉียบไล้ผ่านรอยแผลเป็นหลังใบหู จนดวงตาคู่นั้นเปิดขึ้นพลางส่งประกายรั้นหยามรุนแรง โจมตีชายที่กำลังทำเหมือน 'เล่น' อยู่กับร่างกายของเขา และนั่นทำให้ชายผู้เป็นมือขวา...ยิ่งพอใจ
ก็ไม่ได้สิ้นหวัง ไร้ค่า จนเกินเยียวยา
(ภาษากรีก) "ความหวังมีเสมอ เฉกเช่นดวงตะวันและพระจันทร์ไม่เคยลาลับขอบฟ้าไปอย่างจริงแท้..."
............................. (ภาษาเยอรมัน) "แกมันตอแหล!"
(ภาษาเยอรมัน) "ฮ่าๆๆ ฉันไม่ได้ตอแหลหรอก เด็กน้อย...ใช่~ ฉันพูดภาษาเดียวกันกับเธอได้ แล้วฉันจะสอนให้รู้ว่า 'ความหวัง' แท้จริงมีความหมายยังไง สำคัญต่อชีวิตเธอขนาดไหน หึ! มีดเล่มนี้ฉันยกให้...แต่อย่าได้คิดทำอะไรโง่ๆ อย่างการฆ่าตัวตาย เพราะชีวิตของเธอเป็นของท่านชีคแล้ว หากท่านไม่อนุญาต...ยมบาลหน้าไหนก็มาเอาวิญญาณเธอไปไม่ได้!!"
ไม่ใช่แค่การที่ชายแปลกหน้ารู้เท่าทัน พลางตอบกลับมาเป็นภาษาเดียวกัน หาก ถ้อยความและแววตาที่จ้องตรงมานั้นต่างหาก มันทำให้เด็กชายตาสีเทารู้สึกตัวชาวาบ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก เขาไม่เคยลืความรู้สึกนี้...ลางสังหรณ์ อันบ่งบอกว่าชีวิตของเขาจะได้เริ่มต้นใหม่
กำเนิดอีกครั้ง
หาก ไม่ว่ามันจะเป็นการเกิดใหม่ที่ดีขึ้น หรือเลวลง แต่นาเบเรียสสัมผัสได้ว่ามันจะต้องเปลี่ยนชีวิต และตัวตน...ของเขา
ตลอดกาล
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
นั่นคือเรื่องราวก่อนนาเบเรียสจะหลุดพ้นจากนรกแห่งหนึ่ง
เพื่อมายังนรกอีกแห่ง...แต่เป็นนรกแห่งเดียวซึ่งเขา 'เคย' เรียกมันอย่างเต็มปากว่าเป็น...บ้าน
บ้านของเขา สตีเฟน นาเบเรียส อาล์มโวล์ฟ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
TBC.
เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ


Agent STEPHEN NABERIUS AMWOLF (สตีเฟน นาเบเรียส อามโวล์ฟ)
Citizenship : เยอรมัน - กรีซ
Place of birth : เยอรมัน
Race : (คาดว่า) Caucasian หรือ Hispanic
Gender : ชาย
Blood Type : AB
Age : 28 กำลังจะ 29 ปี
Title : Specialist
Height / Weigh : 189 ซม. (ไม่นับที่สวมรองเท้า) / 89 กก.
Hair Color / Eye Color : น้ำตาลเข้ม / เทา (Pure Grey)
Family : ทราบเพียงว่าบิดาเป็นนายทหารหนุ่ม ชาวเยอรมัน นามสกุล อามโวล์ฟ ส่วนมารดาเป็นหญิงขายบริการ สัญชาติกรีซ ไม่ทราบชื่อและนามสกุล
Personality : นาเบเรียสค่อนข้างมีบุคลิก ลักษณะแบบทหาร ระเบียบวินัยสูง เข้มงวดกับตัวเอง แต่จะไม่เข้าไปยุ่มย่าม ก้าวก่าย หรือแม้แต่ให้คำแนะนำใดๆ ต่อคนอื่นซึ่งตนไม่รู้จัก หรือสนิทสนมไว้ใจก่อน...เป็นอันขาด
*เพิ่ม ยกเว้น ในกรณีที่ต่อบทสนทนากัน แล้วอีกฝ่ายถามความเห็น ปรึกษา หรือรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังต้องการความเห็นของตน (แม้จะไม่ออกปากถามก็ตาม)
เป็นคนเงียบขรึม พูดน้อย แต่โหด ชอบลงมือทำมากกว่าพูด เก็บอารมณ์เก่งมาก ไม่ชอบยุ่ง สุงสิงกับใครที่ไม่ใช่คนซึ่งตนไว้ใจจริงๆ
*เพิ่ม ปัจจุบัน พยายามแก้ลักษณะนิสัยที่ว่า เพราะทราบดีว่าการไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน อาจทำให้เกิดผลเสียต่อผลของภารกิจ และความปลอดภัยทั้งต่อตนเองและผู้อื่น จึงพยายามทักทายคนอื่นบ้าง ตามความเหมาะสม รู้จักที่จะยิ้ม (นิดๆ) ตอบคู่สนทนา แต่โดยรวมก็ยังถือว่าเป็นคนต่อบทสนทนาไม่เก่ง และไม่ชอบเล่าเรื่องส่วนตัวลึกๆ ให้ใครทราบ แม้จะถูกถามก็ตาม
*เพิ่ม เวลาสนทนากับผู้อื่น จะคงไว้ซึ่งความสุภาพ ไม่ถึงขั้นเหินห่าง ไว้ตัว ไม่ได้มีลักษณะหยิ่ง ปิดตัวอย่างชัดเจน ไม่ว่าคู่สนทนาจะคุยเก่งหรือไม่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับนาเบเรียส (คือไม่ได้รู้สึกอึดอัดกับคนที่คุยเก่งมาก หรือคุยไม่เก่งเลย)
* ยกเว้น กรณีเจอคู่สนทนาออกแนวกวนๆ มีปัญหา....ไม่ถูกชะตากับตัวเอง นาเบเรียสจะตอบกลับด้วยความสุภาพ แต่แอบกวนเบาๆ ไม่ถึงขั้นกัดกลับให้เจ็บแสบ แค่พอแสบคันเล็กๆ และไม่ต่อความยาวสาวความยืด หากอีกฝ่ายยอมล่าถอยไปก่อน (แต่ถ้าคู่กรณีกัดกลับไม่เลิกรา ก็อาจจะต่อบทสนทนาเรื่อยๆ อย่างใจเย็น เจือสุภาพ และเจือความกวนคันๆ แสบๆ) #กราบครับ #ขอโทษที่แอบใส่ลักษณะแบบนี้ #แต่เวลาโรลแล้วนิสัยนี้มันออก #ฟฟฟฟ
อีกสิ่งที่นาเบเรียสได้เรียนรู้ (ด้วยตัวเอง หรืออาจจะเป็นแนวคิดเอง เออเอง ก็ว่าได้) นั่นคือ อารมณ์ปกติทั่วไปของมนุษย์ เช่น รัก โลภ โกรธ หลง สามารถนำพามาซึ่งอันตรายถึงชีวิต เขาจึงฝึกฝนจิตใจตัวเองอย่างหนักแน่น เข้มแข็ง ไม่ให้หลงเพริศไปกับอารมณ์อ่อนไหวต่างๆ เหล่านั้น เรียกได้ว่านาเบเรียสไม่ใช่คนที่มีความมุ่งหวัง ทะเยอทะยาน หรือถูกความรู้สึกอ่อนไหวใดๆ มากระทบเร้าได้ง่ายเหมือนคนปกติทั่วไป
*เพิ่ม แต่ด้วยความที่นาเบเรียสเป็นคนช่างสังเกต อยากรู้อยากเห็นอยู่ลึกๆ และค่อนข้างกระหายความรู้ บางครั้งถ้าเห็นหมอนี่ถามอะไรใครมากๆ ขลุกอยู่กับอะไรนานๆ หรือหลงทาง วนซ้ำที่เดิมบ่อยๆ นั่นหมายความว่าเขากำลังเก็บข้อมูล หรือสำรวจสถานที่นั้น อย่างละเอียด นาเบเรียสไม่ชอบจดอะไรเป็นหลักฐาน แต่จะใช้การจำเอาไว้ในสมอง ซึ่งการจำของเขาถือว่าค่อนข้างแม่นยำทีเดียว
Weapon / Skill :
- มีดสั้น 'เบนช์เมด' คู่
- ปืนแต่งซิ่งพิเศษ เอ็ม 4 'สเตลธ์' (ลำกล้องสั้น เหมือนปืนรบประชิดแต่ยิงแม่นมาก เพราะติดกล้องเล็งกำลังขยายสูง ติดกล้องเล็งจุดแดงรุ่นคอมป์ เอ็ม 4 ของเอ็มพอยท์ และมีไฟฉายติดปืนไซโฟสรุ่นเอ็นที กับเลเซอร์ชี้เป้าเลเซอร์ไลท์ของเอฟเอสแอล)
- ปืนพกเอชเคยูเอสพีขนาด .45 ใช้กระสุนหัวหนัก 230 เกรน เอสเอ๊กซ์ทีแอนด์พีของวินเชสเตอร์กับแม็กสำรอง
- กระบอกเก็บเสียงของปืนทั้งสองกระบอก ของเจมเทค
- แหวนรูปเสือดำทำจากนิลแท้ ตาเป็นโกเมนแดงก่ำ มีกลไกพิเศษซ่อนลวดคมกริบไว้สังหารศัตรู *เพิ่มเติม (ปกติห้อยร้อยไว้กับสร้อยไททาเนี่ยมเส้นเล็ก เรียบ ซ่อนไว้ในตัวเสื้อ แต่เวลาใช้งานเป็นอาวุธ จะเอาแหวนออกมาสวมติดนิ้วโป้งครับ)
ความสามารถ ด้านภาษา - สามารถใช้ภาษาอังกฤษ อาหรับ เยอรมัน กรีก ฝรั่งเศส จีน ญี่ปุ่น ได้เป็นอย่างดี (อ่าน เขียน พูด ฟัง)
- เชี่ยวชำนาญศิลปะการต่อสู้ทั้งมือเปล่า ระยะประชิด และใช้อาวุธได้เกือบทุกชนิด แต่ที่เก่งจนหาตัวจับยากคืออาวุธประเภทปืนต่างๆ มีด ดาบ ลวด
- แข็งแกร่งทั้งด้านร่างกาย พละกำลัง และจิตใจ สามารถอดทนต่อการถูกทรมาน เค้นความลับได้ในระดับดีเยี่ยม ช่างสังเกต มีไหวพริบการเอาตัวรอดสูง
*เพิ่ม นาเบเรียสเคยฝึกการรบใต้น้ำ คล้ายๆ กับที่หน่วยซีลฝึก ทำให้พอจะรู้วิธีคิดและฝึกแบบซีลบ้าง สามารถว่ายน้ำได้อึด ดำน้ำนาน (แต่ไม่เคยจับเวลา) ไม่กลัวความสูง โดดร่มได้
*เพิ่ม แต่ข้อด้อยขั้นร้ายแรงก็คือ...นาเบเรียสไม่เชี่ยวชาญการขับเคลื่อนเครื่องยนต์กลไกใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรือ รถ จักรยาน แม้แต่สเก็ตบอร์ด โรลเลอร์เบรด แฮงไกเดอร์ ถือว่าห่วยมากๆ ห่วยขั้นสุดอย่างไม่น่าเชื่อ
EMPLOYMENT : N/A
Other :
นาเบเรียสเป็นลูกชายของนายทหารหนุ่มชาวเยอรมัน กับหญิงขายบริการสัญชาติกรีซ แต่เมื่อเขาอายุได้ไม่ถึง 2 ขวบ พ่อผู้เป็นทหารก็ถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา และแม่ซึ่งบาดเจ็บสาหัสก็เอาลูกชายไปฝากไว้กับชายหน้าตาดี ที่กำลังจะเดินทางกลับไปประเทศกรีซ
ทว่า สิ่งที่หญิงผู้ใกล้ตายไม่เคยรู้ คือชายหนุ่มคนนั้นแท้จริงเป็นพ่อเล้าสุดโหด เมื่อกลับไปถึงกรีซเขาก็ให้บรรดาสาวๆ ในเล้าช่วยกันเลี้ยงดูนาเบเรียส แต่ก็เป็นการเลี้ยงแบบทิ้งขว้าง ไม่ใส่ใจ จนเมื่อนาเบเรียสอายุได้ 13 ปี เด็กหนุ่มที่มีเค้าหน้าหล่อเหลาเหมือนบิดา และสีตางดงามเหมือนมารดา ก็ถูกบังคับให้ขายตัว ต้องโดนทารุณกรรมทางเพศอย่างแสนสาหัส
แต่เพียง 4 ปีต่อมา ก็มีชีคชาวอาหรับมาขอซื้อตัวเด็กหนุ่มนัยตาสีเทา แล้วพากลับไปที่วังกลางทะเลทราย ที่นั่น นาเบเรียสได้พบกับชีวิตในอีกรูปแบบ หาก ไม่ได้ลดทอนความโหดร้าย แสนสาหัสลงเลย ความจริงก็คือชีคที่พาเขากลับมาเป็นหนึ่งในผู้ก่อการร้ายสุดโหดแห่งโลกอิสลาม และเขารู้สึกได้ถึง 'อะไรบางอย่าง' ในตัวของนาเบเรียส จึงพาเด็กหนุ่มกลับมาที่วัง แล้วฝึกฝน เคี่ยวเข็ญ จนถึงขั้นทรมาน...ให้นาเบเรียสกลายเป็นนักรบทะเลทรายสุดโหด เต็มตัว
เป็นเวลากว่า 10 ปีที่นาเบเรียสต้องเรียนรู้ทั้งด้านภาษา วิชาการ ศิลปะการต่อสู้และใช้อาวุธ รวมถึงวิชาการเอาตัวรอดต่างๆ จนเด็กหนุ่มผู้อ่อนเดียงสากลับกลายเป็นนักรบผู้เชี่ยวชำนาญทั้งการต่อสู้ เอาตัวรอด ทั้งยังมีมันสมองที่ยอดเยี่ยม มีสัญชาติญาณนักรบ ครบเครื่องเกือบทุกอย่างตามแต่ชีคชราตั้งความปรารถนา
แต่เมื่อถึงวันเกิดปีที่ 28 ของนาเบเรียส ชีวิตของชายหนุ่มตาสีเทาก็ต้องแปรเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อชีคชราถูกลูกชายแท้ๆ หักหลัง ฆ่า และยึดอำนาจทั้งหมดมาเป็นของตัวเอง นาเบเรียสซึ่งถูกลูกชายชีคหมายหัวไว้ตั้งแต่วันแรกๆ ที่เข้าวังมา จึงต้องหนีตายไปพร้อมกับองครักษ์คนสนิทของชีค ตามคำที่ชีคสั่งเสียไว้ก่อนตาย
แต่สิ่งสำคัญก็คือ...องครักษ์มือขวาผู้นั้น แท้จริงเป็นหนึ่งในจนท.ของหน่วยชีลด์ ซึ่งได้รับคำสั่งให้แฝงตัวเป็นสายสืบ คอยให้ความช่วยเหลืออย่างลับๆ ต่อหน่วยชีลด์ เพื่อภารกิจสำคัญคือการโค่นล้ม ขุดรากถอนโคนตระกูลของชีคชรา ซึ่งถือเป็นศัตรูคนสำคัญของชาติประชาธิปไตยให้ได้ หาก ยังไม่ทันที่แผนการณ์จะสำเร็จก็ดันเกิดเรื่องการล้มล้าง หักหลัง แย่งชิงอำนาจภายในซะก่อน กระนั้น แผนที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ก็ทำให้ชายผู้แฝงเร้น เฝ้ามอง และมีส่วนเกี่ยวข้องต่อการเติบโตของนาเบเรียสมาเกือบ 10 ปี ตัดสินใจเปิดเผยตัวตน และชักชวนนาเบเรียสให้เข้าทดสอบสู่การเป็นหนึ่งในจนท.หน่วยชีลด์...
เพราะตลอดช่วงเวลาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา แม้นาเบเรียสจะต้องทนทรมานกับชีวิตอันแสนโหดร้าย ทารุณ ยิ่งกว่าที่เด็กวัยเดียวกันจะนึกฝันหรือจินตนาการถึง กระนั้น บางอย่างในตัวหนุ่มตาสีเทาซึ่งจนท.ชีลด์ผู้นั้นสัมผัสได้ กลับไม่เคยแปรเปลี่ยน หนึ่งในนั้นก็คือการที่นาเบเรียสไม่เคยคิดจะทรยศต่อผู้มีพระคุณอย่างชีคชรา หรือตัวเขาผู้เป็นดั่งครูบาอาจารย์คนสำคัญของชายหนุ่ม
ถึงจะถูกชีคชราและองครักษ์มือขวาอย่างเขาเลี้ยงดูมาด้วยความโหดเหี้ยม เข้มงวด แต่ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่หนุ่มตาสีเทาจะคิดหักหลังชายผู้ให้ข้าวให้น้ำ ที่พัก และสอนสั่งทุกศิลปวิทยาการ (ซึ่งชีคชราคิดว่าจำเป็นต่อนาเบเรียส) หรือกระทั่งตอนที่ความจริงเปิดเผยว่าชายผู้เป็นองครักษ์มือขวาของชีค แท้จริงแทบไม่ต่างอะไรกับงูเห่าซึ่งคอยแต่จะแว้งกัดผู้เป็นนาย นาเบเรียสก็ยังคุมสติ รับฟังคำสารภาพของอาจารย์อย่างใจเย็น และยอมฟังคำขอร้องที่จะให้เขากลับตัว เปลี่ยนใจมารับใช้ความถูกต้อง...มาเป็นหนึ่งในจนท.หน่วยชีลด์เช่นเดียวกับชายผู้เป็นอาจารย์
*เพิ่มเติม เรื่องรอยแผลเป็นของนาเบเรียส
นาเบเรียสมีรอยแผลเป็น ตรงหลังกกหูด้านขวา ซึ่งเจ้าตัวก็จำไม่ได้ว่าตัวเองได้แผลมายังไง แต่คาดเดาเอาว่าน่าจะเป็นรอยแผลเป็นแรกในชีวิต ตอนที่พ่อกับแม่ถูกฆ่า ที่จริงนาเบเรียสมีแผลเป็นตามตัวค่อนข้างมาก แต่มันเป็นอดีตที่ไม่น่าจดจำเอาซะเลย เจ้าตัวเลยไปลบรอยแผลเป็น ทั้งหมด ยกเว้นตรงหลังกกหูขวา
*เพิ่มเติม รสนิยมความชอบส่วนตัว
เพลง - เมทั่ลหนักๆ ทุกชนิดของสายเมทั่ล แม้แต่เด้ด แบล็ค ก็ฟังได้ แต่จะชอบแนวนูมากที่สุด / เพลงแนวร๊อค / เฮฟวี่เก่าๆ / ไม่มีความสนใจใดๆ ทั้งสิ้นต่อเพลงแนวอื่น (แจ๊ส ป๊อบ ฮิพฮอพ บลาๆๆ) ฟังได้ แต่เลือกไม่ฟังดีกว่า เล่นดนตรีไม่เป็น แต่ร้องเพลงค่อนข้างเพราะ และสามารถเต้นได้ในระดับที่ดี (คนสอนร้อง เต้น ก็คือพวกในซ่อง และเหล่านางใน ทั้งหญิง ชาย ของท่านชีคชรานั่นเอง)
หนังสือ - รักการอ่านหนังสือ ทุกประเภท ย้ำ! ทุกประเภท เคยอยากลองวาดรูป แต่วาดออกมาแล้วฝีมือห่วยแตกยิ่งกว่าเด็กอนุบาล เคยถูกเรียกล้อๆ ว่าเป็น 'ปิกัซโซ่ เวอร์ชั่น อีเดียท' หลังจากนั้นก็ไม่พยายามวาดรูปอีกเลย
หนัง - เช่นเดียวกับหนังสือ แม้แต่หนังรักปัญญาอ่อน ละครน้ำเน่า การ์ตูนแนวเซเลอร์มูน ถ้านึกครึ้มก็นั่งดูได้เป็นวรรคเป็นเวร
ศาสนา - ไม่นับถือศาสนาใดๆ แค่คิดว่าศาสนาพุทธดูเป็นเหตุเป็นผล และใช้ได้จริงที่สุดแล้ว แต่ถึงจะไม่นับถือก็เคยศึกษาหลักปรัชญาและกฏข้อบัญญัติต่างๆ ของทุกศาสนาอย่างละเอียดพอสมควร
อาหาร - ไม่ชอบอาหารจังค์ฟู้ด แต่ถ้าไม่มีอะไรจะทานจริงๆ ก็ทานได้ (แล้วไปเบิร์นต่อเอา) นอกนั้นทานได้หมด ไม่ค่อยสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างดีเยี่ยม เป็นพวกคอแข็งคอทองแดงสุดๆ ไม่ใช่เพราะชอบ...แต่โดนฝึกมาอย่างหนัก จนต้องชิน
** ข้อสำคัญที่สุดก็คือ...ห้ามนาเบเรียส ทำอาหาร หรือเครื่องดื่ม เป็น อัน ขาด!!!!!!!!!!!!!!!!!! (อันตรายระดับ 10 กรุณาอย่าลอง ถ้ายังรักชีวิตและทรัพย์สิน)
Contact : Twitter
Special : Thanks to GALALIAN for the PERFECT and BEAUTIFUL picture. ขอบคุณที่สุด จากใจเลยครับ
Special2 : จริงๆ แล้วอิมเมจ คาร์แรคเตอร์ของนาเบเรียส ได้แรงบันดาลใจ (และความชอบส่วนตัว) จากผู้ชายคนนี้ครับ

JAI STEPHEN COURTNEY

Thank you ma JAI


Agent STEPHEN NABERIUS AMWOLF (สตีเฟน นาเบเรียส อามโวล์ฟ)
Citizenship : เยอรมัน - กรีซ
Place of birth : เยอรมัน
Race : (คาดว่า) Caucasian หรือ Hispanic
Gender : ชาย
Blood Type : AB
Age : 28 กำลังจะ 29 ปี
Title : Specialist
Height / Weigh : 189 ซม. (ไม่นับที่สวมรองเท้า) / 89 กก.
Hair Color / Eye Color : น้ำตาลเข้ม / เทา (Pure Grey)
Family : ทราบเพียงว่าบิดาเป็นนายทหารหนุ่ม ชาวเยอรมัน นามสกุล อามโวล์ฟ ส่วนมารดาเป็นหญิงขายบริการ สัญชาติกรีซ ไม่ทราบชื่อและนามสกุล
Personality : นาเบเรียสค่อนข้างมีบุคลิก ลักษณะแบบทหาร ระเบียบวินัยสูง เข้มงวดกับตัวเอง แต่จะไม่เข้าไปยุ่มย่าม ก้าวก่าย หรือแม้แต่ให้คำแนะนำใดๆ ต่อคนอื่นซึ่งตนไม่รู้จัก หรือสนิทสนมไว้ใจก่อน...เป็นอันขาด
*เพิ่ม ยกเว้น ในกรณีที่ต่อบทสนทนากัน แล้วอีกฝ่ายถามความเห็น ปรึกษา หรือรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังต้องการความเห็นของตน (แม้จะไม่ออกปากถามก็ตาม)
เป็นคนเงียบขรึม พูดน้อย แต่โหด ชอบลงมือทำมากกว่าพูด เก็บอารมณ์เก่งมาก ไม่ชอบยุ่ง สุงสิงกับใครที่ไม่ใช่คนซึ่งตนไว้ใจจริงๆ
*เพิ่ม ปัจจุบัน พยายามแก้ลักษณะนิสัยที่ว่า เพราะทราบดีว่าการไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน อาจทำให้เกิดผลเสียต่อผลของภารกิจ และความปลอดภัยทั้งต่อตนเองและผู้อื่น จึงพยายามทักทายคนอื่นบ้าง ตามความเหมาะสม รู้จักที่จะยิ้ม (นิดๆ) ตอบคู่สนทนา แต่โดยรวมก็ยังถือว่าเป็นคนต่อบทสนทนาไม่เก่ง และไม่ชอบเล่าเรื่องส่วนตัวลึกๆ ให้ใครทราบ แม้จะถูกถามก็ตาม
*เพิ่ม เวลาสนทนากับผู้อื่น จะคงไว้ซึ่งความสุภาพ ไม่ถึงขั้นเหินห่าง ไว้ตัว ไม่ได้มีลักษณะหยิ่ง ปิดตัวอย่างชัดเจน ไม่ว่าคู่สนทนาจะคุยเก่งหรือไม่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับนาเบเรียส (คือไม่ได้รู้สึกอึดอัดกับคนที่คุยเก่งมาก หรือคุยไม่เก่งเลย)
* ยกเว้น กรณีเจอคู่สนทนาออกแนวกวนๆ มีปัญหา....ไม่ถูกชะตากับตัวเอง นาเบเรียสจะตอบกลับด้วยความสุภาพ แต่แอบกวนเบาๆ ไม่ถึงขั้นกัดกลับให้เจ็บแสบ แค่พอแสบคันเล็กๆ และไม่ต่อความยาวสาวความยืด หากอีกฝ่ายยอมล่าถอยไปก่อน (แต่ถ้าคู่กรณีกัดกลับไม่เลิกรา ก็อาจจะต่อบทสนทนาเรื่อยๆ อย่างใจเย็น เจือสุภาพ และเจือความกวนคันๆ แสบๆ) #กราบครับ #ขอโทษที่แอบใส่ลักษณะแบบนี้ #แต่เวลาโรลแล้วนิสัยนี้มันออก #ฟฟฟฟ
อีกสิ่งที่นาเบเรียสได้เรียนรู้ (ด้วยตัวเอง หรืออาจจะเป็นแนวคิดเอง เออเอง ก็ว่าได้) นั่นคือ อารมณ์ปกติทั่วไปของมนุษย์ เช่น รัก โลภ โกรธ หลง สามารถนำพามาซึ่งอันตรายถึงชีวิต เขาจึงฝึกฝนจิตใจตัวเองอย่างหนักแน่น เข้มแข็ง ไม่ให้หลงเพริศไปกับอารมณ์อ่อนไหวต่างๆ เหล่านั้น เรียกได้ว่านาเบเรียสไม่ใช่คนที่มีความมุ่งหวัง ทะเยอทะยาน หรือถูกความรู้สึกอ่อนไหวใดๆ มากระทบเร้าได้ง่ายเหมือนคนปกติทั่วไป
*เพิ่ม แต่ด้วยความที่นาเบเรียสเป็นคนช่างสังเกต อยากรู้อยากเห็นอยู่ลึกๆ และค่อนข้างกระหายความรู้ บางครั้งถ้าเห็นหมอนี่ถามอะไรใครมากๆ ขลุกอยู่กับอะไรนานๆ หรือหลงทาง วนซ้ำที่เดิมบ่อยๆ นั่นหมายความว่าเขากำลังเก็บข้อมูล หรือสำรวจสถานที่นั้น อย่างละเอียด นาเบเรียสไม่ชอบจดอะไรเป็นหลักฐาน แต่จะใช้การจำเอาไว้ในสมอง ซึ่งการจำของเขาถือว่าค่อนข้างแม่นยำทีเดียว
Weapon / Skill :
- มีดสั้น 'เบนช์เมด' คู่
- ปืนแต่งซิ่งพิเศษ เอ็ม 4 'สเตลธ์' (ลำกล้องสั้น เหมือนปืนรบประชิดแต่ยิงแม่นมาก เพราะติดกล้องเล็งกำลังขยายสูง ติดกล้องเล็งจุดแดงรุ่นคอมป์ เอ็ม 4 ของเอ็มพอยท์ และมีไฟฉายติดปืนไซโฟสรุ่นเอ็นที กับเลเซอร์ชี้เป้าเลเซอร์ไลท์ของเอฟเอสแอล)
- ปืนพกเอชเคยูเอสพีขนาด .45 ใช้กระสุนหัวหนัก 230 เกรน เอสเอ๊กซ์ทีแอนด์พีของวินเชสเตอร์กับแม็กสำรอง
- กระบอกเก็บเสียงของปืนทั้งสองกระบอก ของเจมเทค
- แหวนรูปเสือดำทำจากนิลแท้ ตาเป็นโกเมนแดงก่ำ มีกลไกพิเศษซ่อนลวดคมกริบไว้สังหารศัตรู *เพิ่มเติม (ปกติห้อยร้อยไว้กับสร้อยไททาเนี่ยมเส้นเล็ก เรียบ ซ่อนไว้ในตัวเสื้อ แต่เวลาใช้งานเป็นอาวุธ จะเอาแหวนออกมาสวมติดนิ้วโป้งครับ)
ความสามารถ ด้านภาษา - สามารถใช้ภาษาอังกฤษ อาหรับ เยอรมัน กรีก ฝรั่งเศส จีน ญี่ปุ่น ได้เป็นอย่างดี (อ่าน เขียน พูด ฟัง)
- เชี่ยวชำนาญศิลปะการต่อสู้ทั้งมือเปล่า ระยะประชิด และใช้อาวุธได้เกือบทุกชนิด แต่ที่เก่งจนหาตัวจับยากคืออาวุธประเภทปืนต่างๆ มีด ดาบ ลวด
- แข็งแกร่งทั้งด้านร่างกาย พละกำลัง และจิตใจ สามารถอดทนต่อการถูกทรมาน เค้นความลับได้ในระดับดีเยี่ยม ช่างสังเกต มีไหวพริบการเอาตัวรอดสูง
*เพิ่ม นาเบเรียสเคยฝึกการรบใต้น้ำ คล้ายๆ กับที่หน่วยซีลฝึก ทำให้พอจะรู้วิธีคิดและฝึกแบบซีลบ้าง สามารถว่ายน้ำได้อึด ดำน้ำนาน (แต่ไม่เคยจับเวลา) ไม่กลัวความสูง โดดร่มได้
*เพิ่ม แต่ข้อด้อยขั้นร้ายแรงก็คือ...นาเบเรียสไม่เชี่ยวชาญการขับเคลื่อนเครื่องยนต์กลไกใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรือ รถ จักรยาน แม้แต่สเก็ตบอร์ด โรลเลอร์เบรด แฮงไกเดอร์ ถือว่าห่วยมากๆ ห่วยขั้นสุดอย่างไม่น่าเชื่อ
EMPLOYMENT : N/A
Other :
นาเบเรียสเป็นลูกชายของนายทหารหนุ่มชาวเยอรมัน กับหญิงขายบริการสัญชาติกรีซ แต่เมื่อเขาอายุได้ไม่ถึง 2 ขวบ พ่อผู้เป็นทหารก็ถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา และแม่ซึ่งบาดเจ็บสาหัสก็เอาลูกชายไปฝากไว้กับชายหน้าตาดี ที่กำลังจะเดินทางกลับไปประเทศกรีซ
ทว่า สิ่งที่หญิงผู้ใกล้ตายไม่เคยรู้ คือชายหนุ่มคนนั้นแท้จริงเป็นพ่อเล้าสุดโหด เมื่อกลับไปถึงกรีซเขาก็ให้บรรดาสาวๆ ในเล้าช่วยกันเลี้ยงดูนาเบเรียส แต่ก็เป็นการเลี้ยงแบบทิ้งขว้าง ไม่ใส่ใจ จนเมื่อนาเบเรียสอายุได้ 13 ปี เด็กหนุ่มที่มีเค้าหน้าหล่อเหลาเหมือนบิดา และสีตางดงามเหมือนมารดา ก็ถูกบังคับให้ขายตัว ต้องโดนทารุณกรรมทางเพศอย่างแสนสาหัส
แต่เพียง 4 ปีต่อมา ก็มีชีคชาวอาหรับมาขอซื้อตัวเด็กหนุ่มนัยตาสีเทา แล้วพากลับไปที่วังกลางทะเลทราย ที่นั่น นาเบเรียสได้พบกับชีวิตในอีกรูปแบบ หาก ไม่ได้ลดทอนความโหดร้าย แสนสาหัสลงเลย ความจริงก็คือชีคที่พาเขากลับมาเป็นหนึ่งในผู้ก่อการร้ายสุดโหดแห่งโลกอิสลาม และเขารู้สึกได้ถึง 'อะไรบางอย่าง' ในตัวของนาเบเรียส จึงพาเด็กหนุ่มกลับมาที่วัง แล้วฝึกฝน เคี่ยวเข็ญ จนถึงขั้นทรมาน...ให้นาเบเรียสกลายเป็นนักรบทะเลทรายสุดโหด เต็มตัว
เป็นเวลากว่า 10 ปีที่นาเบเรียสต้องเรียนรู้ทั้งด้านภาษา วิชาการ ศิลปะการต่อสู้และใช้อาวุธ รวมถึงวิชาการเอาตัวรอดต่างๆ จนเด็กหนุ่มผู้อ่อนเดียงสากลับกลายเป็นนักรบผู้เชี่ยวชำนาญทั้งการต่อสู้ เอาตัวรอด ทั้งยังมีมันสมองที่ยอดเยี่ยม มีสัญชาติญาณนักรบ ครบเครื่องเกือบทุกอย่างตามแต่ชีคชราตั้งความปรารถนา
แต่เมื่อถึงวันเกิดปีที่ 28 ของนาเบเรียส ชีวิตของชายหนุ่มตาสีเทาก็ต้องแปรเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อชีคชราถูกลูกชายแท้ๆ หักหลัง ฆ่า และยึดอำนาจทั้งหมดมาเป็นของตัวเอง นาเบเรียสซึ่งถูกลูกชายชีคหมายหัวไว้ตั้งแต่วันแรกๆ ที่เข้าวังมา จึงต้องหนีตายไปพร้อมกับองครักษ์คนสนิทของชีค ตามคำที่ชีคสั่งเสียไว้ก่อนตาย
แต่สิ่งสำคัญก็คือ...องครักษ์มือขวาผู้นั้น แท้จริงเป็นหนึ่งในจนท.ของหน่วยชีลด์ ซึ่งได้รับคำสั่งให้แฝงตัวเป็นสายสืบ คอยให้ความช่วยเหลืออย่างลับๆ ต่อหน่วยชีลด์ เพื่อภารกิจสำคัญคือการโค่นล้ม ขุดรากถอนโคนตระกูลของชีคชรา ซึ่งถือเป็นศัตรูคนสำคัญของชาติประชาธิปไตยให้ได้ หาก ยังไม่ทันที่แผนการณ์จะสำเร็จก็ดันเกิดเรื่องการล้มล้าง หักหลัง แย่งชิงอำนาจภายในซะก่อน กระนั้น แผนที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ก็ทำให้ชายผู้แฝงเร้น เฝ้ามอง และมีส่วนเกี่ยวข้องต่อการเติบโตของนาเบเรียสมาเกือบ 10 ปี ตัดสินใจเปิดเผยตัวตน และชักชวนนาเบเรียสให้เข้าทดสอบสู่การเป็นหนึ่งในจนท.หน่วยชีลด์...
เพราะตลอดช่วงเวลาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา แม้นาเบเรียสจะต้องทนทรมานกับชีวิตอันแสนโหดร้าย ทารุณ ยิ่งกว่าที่เด็กวัยเดียวกันจะนึกฝันหรือจินตนาการถึง กระนั้น บางอย่างในตัวหนุ่มตาสีเทาซึ่งจนท.ชีลด์ผู้นั้นสัมผัสได้ กลับไม่เคยแปรเปลี่ยน หนึ่งในนั้นก็คือการที่นาเบเรียสไม่เคยคิดจะทรยศต่อผู้มีพระคุณอย่างชีคชรา หรือตัวเขาผู้เป็นดั่งครูบาอาจารย์คนสำคัญของชายหนุ่ม
ถึงจะถูกชีคชราและองครักษ์มือขวาอย่างเขาเลี้ยงดูมาด้วยความโหดเหี้ยม เข้มงวด แต่ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่หนุ่มตาสีเทาจะคิดหักหลังชายผู้ให้ข้าวให้น้ำ ที่พัก และสอนสั่งทุกศิลปวิทยาการ (ซึ่งชีคชราคิดว่าจำเป็นต่อนาเบเรียส) หรือกระทั่งตอนที่ความจริงเปิดเผยว่าชายผู้เป็นองครักษ์มือขวาของชีค แท้จริงแทบไม่ต่างอะไรกับงูเห่าซึ่งคอยแต่จะแว้งกัดผู้เป็นนาย นาเบเรียสก็ยังคุมสติ รับฟังคำสารภาพของอาจารย์อย่างใจเย็น และยอมฟังคำขอร้องที่จะให้เขากลับตัว เปลี่ยนใจมารับใช้ความถูกต้อง...มาเป็นหนึ่งในจนท.หน่วยชีลด์เช่นเดียวกับชายผู้เป็นอาจารย์
*เพิ่มเติม เรื่องรอยแผลเป็นของนาเบเรียส
นาเบเรียสมีรอยแผลเป็น ตรงหลังกกหูด้านขวา ซึ่งเจ้าตัวก็จำไม่ได้ว่าตัวเองได้แผลมายังไง แต่คาดเดาเอาว่าน่าจะเป็นรอยแผลเป็นแรกในชีวิต ตอนที่พ่อกับแม่ถูกฆ่า ที่จริงนาเบเรียสมีแผลเป็นตามตัวค่อนข้างมาก แต่มันเป็นอดีตที่ไม่น่าจดจำเอาซะเลย เจ้าตัวเลยไปลบรอยแผลเป็น ทั้งหมด ยกเว้นตรงหลังกกหูขวา
*เพิ่มเติม รสนิยมความชอบส่วนตัว
เพลง - เมทั่ลหนักๆ ทุกชนิดของสายเมทั่ล แม้แต่เด้ด แบล็ค ก็ฟังได้ แต่จะชอบแนวนูมากที่สุด / เพลงแนวร๊อค / เฮฟวี่เก่าๆ / ไม่มีความสนใจใดๆ ทั้งสิ้นต่อเพลงแนวอื่น (แจ๊ส ป๊อบ ฮิพฮอพ บลาๆๆ) ฟังได้ แต่เลือกไม่ฟังดีกว่า เล่นดนตรีไม่เป็น แต่ร้องเพลงค่อนข้างเพราะ และสามารถเต้นได้ในระดับที่ดี (คนสอนร้อง เต้น ก็คือพวกในซ่อง และเหล่านางใน ทั้งหญิง ชาย ของท่านชีคชรานั่นเอง)
หนังสือ - รักการอ่านหนังสือ ทุกประเภท ย้ำ! ทุกประเภท เคยอยากลองวาดรูป แต่วาดออกมาแล้วฝีมือห่วยแตกยิ่งกว่าเด็กอนุบาล เคยถูกเรียกล้อๆ ว่าเป็น 'ปิกัซโซ่ เวอร์ชั่น อีเดียท' หลังจากนั้นก็ไม่พยายามวาดรูปอีกเลย
หนัง - เช่นเดียวกับหนังสือ แม้แต่หนังรักปัญญาอ่อน ละครน้ำเน่า การ์ตูนแนวเซเลอร์มูน ถ้านึกครึ้มก็นั่งดูได้เป็นวรรคเป็นเวร
ศาสนา - ไม่นับถือศาสนาใดๆ แค่คิดว่าศาสนาพุทธดูเป็นเหตุเป็นผล และใช้ได้จริงที่สุดแล้ว แต่ถึงจะไม่นับถือก็เคยศึกษาหลักปรัชญาและกฏข้อบัญญัติต่างๆ ของทุกศาสนาอย่างละเอียดพอสมควร
อาหาร - ไม่ชอบอาหารจังค์ฟู้ด แต่ถ้าไม่มีอะไรจะทานจริงๆ ก็ทานได้ (แล้วไปเบิร์นต่อเอา) นอกนั้นทานได้หมด ไม่ค่อยสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างดีเยี่ยม เป็นพวกคอแข็งคอทองแดงสุดๆ ไม่ใช่เพราะชอบ...แต่โดนฝึกมาอย่างหนัก จนต้องชิน
** ข้อสำคัญที่สุดก็คือ...ห้ามนาเบเรียส ทำอาหาร หรือเครื่องดื่ม เป็น อัน ขาด!!!!!!!!!!!!!!!!!! (อันตรายระดับ 10 กรุณาอย่าลอง ถ้ายังรักชีวิตและทรัพย์สิน)
Contact : Twitter
Special : Thanks to GALALIAN for the PERFECT and BEAUTIFUL picture. ขอบคุณที่สุด จากใจเลยครับ
Special2 : จริงๆ แล้วอิมเมจ คาร์แรคเตอร์ของนาเบเรียส ได้แรงบันดาลใจ (และความชอบส่วนตัว) จากผู้ชายคนนี้ครับ

JAI STEPHEN COURTNEY

Thank you ma JAI

Fic FRANCO Brothers JAMES&DAVE
category: Fiction ฝรั่ง
Intro (JAMES PART)
ผมชื่อเจมส์ เอ็ดเวิร์ด แฟรนโก เป็นพี่ชายคนโตตระกูลแฟรนโก มีน้องชายสองคนคือทอม กับเดฟ
...ผมรักน้องไม่เท่ากัน
มันเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่แรกแล้ว และดูทอมก็ไม่ได้มีปัญหาใดๆ กับเรื่องนี้ ทั้งที่จริงๆ เขาเป็นน้องชายคนกลาง 'ลูกคนกลาง' ควรจะมีปัญหาสุดในบ้าน หากไปๆ มาๆ คนมีปัญหามากกว่าใคร กลับเป็น 'พี่ชายคนโต' อย่างผม!!
สมัยก่อน ผมเคยเป็นเด็กบ้าเรียน พอโตมาหน่อยก็บ้างานอาร์ตๆ จิตรกรรม ศิลปะการแสดง ทำหนัง บลาๆๆ
ปัจจุบัน ผมกลายเป็นคนบ้าๆ ติสท์แตก ในสายตาของใครหลายคน
...แต่ไม่ใช่กับเดฟ
จะว่าไป ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเดฟ และผมกับทอม มันช่างแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน อาจด้วยบุคลิกของน้องชายสองคนนั้นแตกต่างกันมาก ทอมเป็นคนสุขุม ใจเย็น เป็นผู้ใหญ่ และดูมีสติสุดในบ้าน แตกต่างกับเดฟผู้ยังคงความเป็นน้องเล็กเด็กน้อย ร่าเริง ขี้เล่น ช่างอ้อน รักสนุก ติดๆ จะไฮเปอร์
ตั้งแต่แรกเริ่ม เดฟคือเจ้าชายและเทวดาตัวน้อยๆ ของพวกผมสองคน หากเมื่อเวลาผ่านไปและต่างคนต่างโตขึ้น กลับกลายเป็นทอมที่เริ่มรักน้องอย่างมีสติ มีดุ เตือน จนถึงขั้นคาดโทษ
...ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผมทำไม่ได้
ผมยังคงเป็นพี่ชายผู้รักน้อง หลงน้อง อย่างไม่ลืมหูลืมตา มีอะไรก็คิดถึงแต่เดฟก่อนเสมอ ทั้งยังขี้หวง ติดน้อง สารพัดจะงี่เง่า กระนั้น เดฟกลับไม่เคยรำคาญหรือโกรธผมเป็นจริงเป็นจัง เดฟเข้าใจผมในทุกเรื่อง เขาเป็นคนเดียวในโลก (ไม่นับรวมแม่) ที่ทำให้ผมรู้สึก 'แพ้ทาง'
...ผมไม่เคยขัดใจเดฟได้ และไม่คิดจะทำด้วย
กับทอม ไม่ใช่ว่าผมไม่รักน้อง แต่มันเป็นความรักคนละแบบ เราสองคนต่างเข้าใจในความรู้สึกของกันและกัน ทว่า มันไม่ได้ลึก หรือซึ้ง เหมือนอย่างผมกับเดฟ ผมไม่โอ๋ทอมเพราะหมอนั่นแสดงออกให้รู้เสมอว่าเขาโตแล้ว ดูแลตัวเองได้ มิหนำซ้ำ การณ์ยังกลายเป็นว่าหลายๆ ครั้งทอมต้องมาดูแลผม คอยเตือน ปราม และยั้งความบ้าบอ ติสต์แตกของผมอย่างยากลำบาก
ผมกับทอมเคยทะเลาะกันด้วยเรื่องความงี่เง่าของผม และความจริงจังจนเกินไปของทอม
และสุดท้าย คนที่ต้องเข้ามาไกล่เกลี่ย และทำจนผม 'ยอม' ลงให้ก่อน ก็คือ...เดฟ
มาถึงตรงนี้ คุณอาจคิดว่าทอม 'ควร' รู้สึกน้อยใจ ในความรักน้องไม่เท่ากันของผมบ้าง แต่อย่าลืมที่บอกว่าทอมคือคนมีสติสุดในบ้าน เขาจึงไม่เคยเก็บเรื่องนี้มาคิดเล็กคิดน้อย ทั้งยังบอก (เมื่อผมถามอย่างสงสัย "นายไม่เคยน้อยใจพี่บ้างเลยเหรอวะ?) ว่าเขาพอจะเข้าใจการกระทำของผม และ...
"ฉันกับนายมันรักกันแบบพี่น้องผู้ชาย เตะบอลอัดกัน ต่อยกัน แล้วกอดคอกันไปดื่มเบียร์ต่อ แต่นายกับเดฟ...มันเหมือนไอ้พี่ชายสติแตกที่เคยประคบประหงมน้องเล็กตัวน้อยๆ ยังไง สิบปีต่อมานายก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ แต่ก็ดี! หัวดื้ออย่างนี้ยังรู้จักหัดฟังน้องสักคนบ้าง...เดฟคุมอยู่ ฉันก็พอใจแล้ว"
จบคำพูดเจือหัวเราะของทอม ผมเลยต้องหัวเราะแหะๆ ตาม ทั้งที่ในใจแอบตงิดว่า...ไอ้น้องเวรมันกำลังด่าตรูนี่หว่า!
แต่ก็เอาเถอะ!!
จะว่าไป ผมยังไม่ได้เล่าใช่ไหมว่ามีคนพูดถึงเราสองพี่น้องตระกูล แฟรนโก ยังไงบ้าง?
เห็นติสท์แตกแบบนี้ แต่ความหล่อของผมไม่เป็นรองใครนะครับ! คนมักจะชมว่าผมมีใบหน้าคมเข้ม รอยยิ้มและแววตาเซ็กซี่ เย้ายวน ชวนหลงใหล เป็นพวกหล่อแบบร้าย ลึกๆ ซึ่งแตกต่างจากเดฟเป็นอย่างมาก น้องชายของผมนั้นหล่อใสๆ คมคาย รอยยิ้ม แววตาสว่างไสวเหมือนแสงแดดยามสาย บุคลิก ท่าทางเปิดเผย น่ารัก จนใครเห็นก็รักใคร่ เอ็นดู
ดูภายนอกเหมือนเราสองพี่น้องไม่น่าเข้ากันได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งผมและเดฟ...เราคือ 'ส่วนเติมเต็ม' ซึ่งกันและกัน
เดฟรักผมมากกว่าใคร
และผมก็รักน้องชายมากยิ่งกว่า
ลึกๆ แล้วความรักของเราสองคนพี่น้อง โดยเฉพาะ ความรักซึ่งผมมีต่อน้อง
...มันเรียกได้ว่ารัก จนลุ่มหลง
...รัก จนถลำลึก
และเป็นความรักซึ่ง 'ดำมืด' 'ลึกลับ' ถึงขนาดที่ตัวเดฟเองคงไม่มีวันคาดถึง!!!
และผมเองก็ไม่อยากให้น้องทันคาดถึงด้วยเช่นกัน!!!
TBC.
ไอ้แฝด...ไอ้เหี้ย!!
สัดบัง!! เชี่ยมยง!!
กูโคตรเกลียดแม่ง ไอ้นัม!!
ฟ๊าคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค
กิริยาคลั่งเหมือนตัวอะไรสักอย่างตกมันของหัวหน้าวง B.A.P ทำเอาสองมักเน่ไลน์อย่างจงออบและจุนฮงถึงกับผวา ก่อนจะเป็นแดฮยอนที่กระเถิบเบียดแนบชิดยองแจ จนเด็กหนุ่มผู้กำลังคร่ำเคร่งอยู่กับหนังสือเรียน ต้องโงหัวขึ้นมองด้วยความงุนงง
"บอสเป็นเชี่ยมอะไรอีกเนี่ย?"
เสียงทักดังๆ อย่างไม่กลัวเกรงจากมาดามฮิมคนสวย ทำเอาน้องในวงอีก 4 คนถึงกับตัวกระตุก และทันใดนั้นเอง!! ใบหน้าหล่อคมแฝงริ้วรอยความเหี้ยมโหดเลยหันกลับมา พร้อมดวงตาอันฉาบประกายโหดกร้าวราวฆาตกรโรคจิต (...เอ่อ!! บัง...กูกลัว!!)
"อะ อุ๊ย...แหม! บอส มาดามแค่เป็นห่วง กะ ก็ไม่อยากให้บอสต้องเครียดไง"
พูดเสียงแอบสั่นพลางร่างขาวๆ จึงค่อยเขยิบตัวถอยหลัง ไม่ใช่อะไรนะ...นอกจากคนในวงเล็บจะกลัว กูก็ผวาเหมือนก๊านนนนนนน!!!
พ่อคู๊ณณณณณ นับวันชักจะโหด เหี้ยม เกรียม สถุล เกินไปหม๊ายยยยยยย!!!
นี่มันไอด้อลเกาหลีหรือนักโทษแดนประหารฟระ!!!
"มาดาม กูออกไปข้างนอกนะ บอกคังฮยองด้วยว่าไม่ต้องห่วงกู"
โถ๊!! พ่อคู๊ณณณณ ใครเค้าจะกล้าไปห่วงมึ๊งงงงงงงง มีหน้าตาและความหยาบสถุยเป็นอาวุธขนาดนี้!!!
หาก ด้วยความรักกลัวตัวตาย (ห๊ะ!) มาดามฮิมคนสวยเลยแสร้งยิ้มอ่อนโยน พลางพึมพำไล่หลังร่างสูงผู้เดินกระแทกเท้าปึงปังออกไป...
"จ้ะบอส ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ มาดามจะบอกคังฮยองตามนั้นทู๊กกกกกกกคำเลยจ้า"
เวลาต่อมา หอพักของอีกหนึ่งแฝดตระกูลบัง
ปั้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
"...ชิบ! ใครวะ? ประตูนะเว้ยไม่ใช่กลอง จะรัวทำเหี้ยอะ...อ้าว! ยงกุก เป็นอะไร? ทำไมทำหน้าเหมือนจะฆ่าคนแบบนั้น?"
เพราะเห็นสีหน้าไม่ปกติจากน้องชายฝาแฝด ยงนัมเลยไม่ต่อความยาวเรื่องอีกฝ่ายเคาะซะประตูห้องเขาเกือบพัง หาก ยังไม่ทันได้ไถ่ถามมากความ คนอายุน้อยกว่าไม่กี่นาทีกลับสวนคำพูดที่ทำเอายงนัมถึงกับยืนอึ้ง
"ไอ้นัม กูพูดจริง! จากนี้ไปมึงไม่ต้องมาหากูอีกแล้ว...ไม่ว่าจะที่ไหนๆ มึงก็ไม่ต้องมา! ส่วนกูก็จะไม่ไปเจอมึงอีกเหมือนกัน ลาก่อน!!"
ไม่ทันที่ร่างสูงจะหันกลับออกไป คนตัวหนากว่าซึ่งเพิ่งได้สติเลยรีบคว้ามืออีกฝ่ายไว้ ก่อนจะลากคนหน้าเหมือนกันแทบไม่เพี้ยนเข้าห้องทันที
"นัม ปล่อยกู...สัดยงนัม กูบอกให้ปล่อย!"
"ไม่ปล่อย! มึงเป็นอะไร? ใครทำอะไรมึง...หรือใครเอาเรื่องอะไรไม่ดีของกูไปเป่าหูมึงรึไง? กุก มึงโกรธอะไรกูเนี่ย?? แล้วไอ้ลาก่อนเชี่ยอะไรนั่น...มึงอย่าได้พูดออกมาอีกนะ!"
ทั้งน้ำเสียงร้อนรนกับสีหน้า แววตาเครียดเคร่งของยงนัม ทำเอายงกุกเกือบใจอ่อน
ถ้าไม่ติดว่าทั้งภาพและข้อความพวกนั้น มันเสือกวาบเข้ามาในหัวเขาซะก่อนน่ะนะ!!
"กูไม่มีอะไรจะพูดกับมึงแล้ว กูหมายความตามนั้น ปล่อยดิยง...เฮ้ย!! ย่าห์!! นะ นัม...เหี้ยอะไรของมึงเนี่ย??"
ไม่ทันที่ยงกุกได้พูดจบ ร่างทั้งร่างกลับโดนอีกฝ่ายจับกระชาก ก่อนจะแบกพาดบ่าพาไปทางห้องนอนส่วนตัวอย่างไร้ซึ่งความลังเล
"Fuck! ไอ้นัม! เหี้ยยงนัม มะ มึงจะทำอะไร...ฮึ้ยยยย!!"
พอหลังแตะโดนพื้นเตียง ร่างแกร่งหนาเลยรีบเข้าโถมคร่อม มือข้างหนึ่งจับสองมือของแฝดตนรวบเหนือศีรษะ ส่วนอีกข้างกลับกดล๊อคบั้นเอวสอบไว้อย่างหนาแน่น นั่นทำให้ยงกุกเหลือทางเลือกอีกแค่ทางเดียว...
"อั้ก!! แม่งเอ๊ย! ไอ้ยงกุก!"
ขายาวๆ กับปลายเท้าหนักหน่วงที่ถีบเอากลางท้อง ก่อนเตะลามมาถึงสีข้าง ทำเอาแฝดพี่ต้องสบถพลางงอตัวนิดๆ แต่เมื่อตั้งหลักได้ เด็กหนุ่มเลยสอดขาตัวเองพันเกี่ยวกับขาน้องแฝด ก่อนจะ กัดฟัน ต่อยหนักๆ เข้าช่องท้องอีกฝ่าย
"โอ๊ย!! อึ๊ก...Fuck..."
พอเห็นคนอายุน้อยกว่าสบถครางเสียงหนัก พลางซุกร่างงอลงด้วยความจุก ทั้งใบหน้าคมคายซึ่งเหมือนกันกับเขายังนิ่วหนึบอย่างเจ็บปวด คนเป็นพี่จึงต้องเบือนหน้าหนี แล้วเลยเผลอหลุดคำหยาบคายมาอีกระลอก
"เหี้ยเอ๊ย! บังยงกุก มึงแม่ง! เป็นห่าอะไร? ทำไมไม่คุยกับกูดีๆ วะ? มึงก็รู้...ว่ากูไม่ได้อยากทำให้มึงเจ็บ"
"ไม่ต้องมาห่วงกู ไอ้บังยงนัม...อึ่ก! มึงนั่นล่ะ ทำร้ายกู...มึงทำให้กูถูกหัวเราะเยาะ!"
คำที่เค้นจากปากนั้นสั่นพร่า ไม่รู้เพราะความจุก หรือเพราะ...เจ็บหนึบ ในอกซ้าย
แม่งอัดกู! ไอ้สัดนัม!!
"ทำร้ายมึง? กูเนี่ยนะ...กูเนี่ยนะทำร้ายมึง! บังยงกุก กูไปทำร้ายมึงตอนไหน??"
ทั้งความโกรธและสับสนดูผสมปนเป จนยงนัมแทบไม่อาจระงับความกราดเกรี้ยวได้ ทำร้ายน้องชายฝาแฝดของตัวเอง คนอย่างบังยงนัมเนี่ยนะ?
บังยงนัม ที่ทั้งรัก ทั้งหวง และหลง บังยงกุก...จนหัวปักหัวปำ
มีแต่มึงนั่นแหละไอ้แฝดน้อง แม่งคอยแต่ทำร้ายแฝดพี่อย่างกูนับครั้งไม่ถ้วน!!
กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
ยังไม่ทันได้เค้นเอาคำตอบจากยงกุก เสียงมือถือของยงนัมกลับแผดระรัว ให้ตาคู่คมไม่แผกกันสองคู่ ต้องเหลือบจ้องวัตถุนั้นอย่างพร้อมเพรียง
"อย่าได้คิดว่ากูจะยอมปล่อยมึง ทั้งที่เรื่องเหี้ยๆ แม่งยังไม่เคลียร์!"
พึมพำบอกแฝดน้องอย่างหนักแน่น ก่อนแฝดคนพี่จะโน้มทั้งตัวลงทับให้อีกฝ่ายเผลอคราง พลางงอร่าง ซบหน้าแนบบ่าแกร่ง...อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
แม่ง!! หนาชิบหาย แล้วกูจะดิ้นหนีได้ยังไงวะ!!
"ฮัลโหล! ว่าไง? มีอะไรก็รีบๆ พูด...พี่ยุ่งอยู่!"
มือข้างที่ละจากการกดกอดเอวสอบเอื้อมไปรับโทรศัพท์แนบหู พลางกรอกเสียงห้าวห้วนให้อีกฝ่ายรู้ถึงอารมณ์อันไม่ปกติ
แม้ว่า คนปลายสายที่ว่าจะเป็น แฟน ของตัวเองก็ตาม
"ห๊ะ? ว่าไงนะ? เมื่อไหร่...ยังไง? อะไรนะ!! แล้วเธอพูดแบบนั้นออกไปได้ยังไงวะ!"
ไม่รู้หรอกว่าไอ้ยงนัมแม่งกราดเกรี้ยวอะไรนักหนา แต่ว่า การโดนร่างแกร่งกำยำบดทับลงมาแบบนั้น มันทำให้ยงกุกเริ่มรู้สึก ทรมานแปลกๆ
"อึ้ก! นัม...โอ๊ยยยย ลุกไป...แฮ่กกกก"
เสียงหอบแหบพร่าอันดังเกือบชิดริมหู ทำเอายงนัมถึงกับชะงักค้าง ก่อนตาคู่คมจะตวัดจ้องเสี้ยวหน้าก่ำเรื่อซึ่งซบแนบอยู่ข้างบ่า ด้วยความรู้สึก ประหลาด
"แค่นี้นะ ส่วนเรื่องที่เธอทำลงไป พี่จะเป็นคนจัดการเอง...ไม่ต้องยุ่ง! เธอทำยุ่งมามากพอแล้ว!! อย่าคิดว่าเป็นแฟนพี่แล้วจะมีสิทธิมาก้าวก่ายอะไรมากมาย โดยเฉพาะเรื่องยงกุก..."
เรื่องยงกุก? เรื่องกูเหรอ??
พอได้ยินชื่อตัวเองปนอยู่ในบทสนทนา แฝดคนน้องเลยเผลอเงยหน้า ก่อนทั้งตัวจะชาวาบกับระยะห่างระหว่างเสี้ยวหน้า หาก ที่ทำเอาก้อนเนื้อในอกซ้ายยิ่งรัวหนัก มันเป็นเพราะแววตาพราวระยับ กับรอยยิ้มบาดร้ายอย่างชวนขวัญผวานั่นต่างหาก!!
"ยะ ยงนัม กะ กู..."
"กูรู้เรื่องหมดแล้ว เขา เอาเรื่องที่ยงชานฮยองแซวเราพี่น้องไปพูดกับ เบบี้ จนดังไปถึงหู นักข่าว ใช่ไหม?"
เขา นั้นคงเป็นใครไม่ได้ นอกจากผู้หญิงซึ่งทำเอายงกุกโกรธจัดเป็นฟืนเป็นไฟ
แฟนของยงนัม พี่ชายฝาแฝดของเขา
"กะ กูไม่..."
"กูขอโทษ! เดี๋ยวกูช่วยแก้ข่าวเองว่า มึงไม่ได้เคะ เหี้ย! ถ้าหน้าอย่างมึงเคะ หน้าอย่างกูจะไปเหลือห่าอะไรวะ? พวกนักข่าวแม่งก็กระพือกระแสเกินไป มึงกับกูเป็น พี่น้องฝาแฝด เสือกเอาเราไปจิ้นบ้าจิ้นบอแบบนั้นได้ยัง ไง...เอ่อ..."
นั่นสินะ พี่น้องฝาแฝด
มึงกับกู แม่งก็แค่นั้น
บังยงนัมกับบังยงกุก ฝาแฝดตระกูลบัง
ที่สำคัญ แฝดคนพี่แม่งก็ มีแฟนเป็นผู้หญิง เป็นตัวเป็นตน
ไม่เหมือนแฝดคนน้องอย่างกู... ไม่มีใครสักคน ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย
"กุก...ยงกุก กะ กู..."
ถึงคราวยงนัมต้องเสียงสั่น ใจสั่น เมื่อเห็นหยาดน้ำใสเอ่อริน อาบใบหน้าที่เหมือนกับตนแทบไม่ผิดเพี้ยน
ยินเสียงอีกฝ่ายกลั้นสะอื้นหนักๆ จนเด็กหนุ่มเผลอขบกราม พลางรีบยันตัวขึ้นนั่ง...โดยไม่ลืมรั้งคนตัวบางกว่ากอดรวบไว้ในอ้อมแขน
"มะ ไม่ต้อง ฮึก! กูไม่ใช่เด็กๆ แล้ว ร้องไห้ได้ กะ กู ฮึก! ก็หยุดเอง...ดะ ได้..."
พูดพลาง ปลายนิ้วเรียวที่กำจนเป็นหมัดแน่นๆ ก็ทุบปั้กเข้ากลางอกแกร่ง กระนั้น ยงนัมกลับอดทน ไม่ร้อง ไม่ตอบโต้ จนยงกุกต้องเป็นฝ่ายหยุดชะงักไปเอง
"ทำไม? เมื่อกี๊มึงยัง..."
"กูไม่เคยอยากให้มึงเจ็บ แล้วก็ยิ่งโคตรไม่อยาก...ให้มึงหยุดร้องไห้เอง โดยไม่มีกูปลอบ"
ประโยคหลัง เสียงทุ้มเจือพร่าเลยลดแผ่วแทบเป็นกระซิบ ก่อนสันจมูกโด่งคมจะลากไล้ไปตามเสี้ยวหน้าอันอุ่นชิ้นด้วยหยาดน้ำใส พาเอาคนถูกสัมผัสถึงกับตัวแข็งค้าง แทบไม่อาจ...หายใจ
"ยะ ยงนัม"
"ครับ?"
สิ้นถ้อยพึมพำอ่อนโยน เรียวปากร้อนผ่าวเลยกดแนบข้างมุมปาก
ย้ำ ซ้ำ...หวาน
กระทั่ง ลมหายใจผ่าวแรงรินรดข้างแก้ม และเป็นคนน้องผู้ ทนอีกไม่ไหว ต้องขยับเอียงให้เรียวปากแฝดพี่สัมผัสกับตนอย่าง...ลึกซึ้ง
เคยบอกไปแล้วรึยัง?
ว่าในโลกกว้างใหญ่ใบนี้ บังยงนัมโคตรมั่นใจว่าตัวเอง รู้ทัน บังยงกุกทุกอย่าง
แฝดน้องของเขาเป็นเด็กขี้เหงา อ่อนไหว แต่กลับชอบกดซ่อนทุกอย่างไว้ภายใต้กิริยา อาการหยาบกร้าว
เห็นท่าทางเหมือนไม่ค่อยแคร์กัน ใครจะรู้ว่าแฝดพี่อย่างเขา เคยถูกอีกฝ่ายทั้งห่วงและหวงจนแทบขยับตัวไม่ได้
เพราะงั้น เมื่อตัดสินใจคบกับผู้หญิงคนอื่นโดยไม่บอกน้องชายก่อน ปฏิกิริยาตอบกลับจากยงกุกเลยทำเอายงนัมแทบเก็บซ่อนอาการไม่ไหว
ยงกุกแทบบ้า แทบคลั่ง
หาก กลับต้องกดรั้งความรู้สึกของตัวเองด้วยความเจ็บปวด ทรมาน
ก็เหมือนกันกับยงนัมนั่นล่ะ
เมื่อรู้ว่าน้องชายฝาแฝดเลือกหนทางเป็นไอด้อล เซ็นสัญญากับค่ายเพลงดัง แถมยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นลีดเดอร์ พี่โต มีน้องๆ ร่วมวงถึง 5 คน
ความรู้สึกของยงกุกตอนรู้ว่าความรักจากพี่ชายฝาแฝดจะถูกแบ่งพรากไปให้คนอื่น
มันก็เหมือนกันกับทุกครั้งเวลายงนัมมองน้องชายฝาแฝดอยู่ท่ามกลางเด็กพวกนั้น
เพราะงั้น ทางเดียวที่ยงนัมจะเอาแฝดน้องกลับคืนมาได้...มีแค่วิธีเดียว
ทำให้ยงกุกอดรนทนไม่ไหว จนต้อง ซมซาน กลับมาอยู่ในอ้อมกอดของเขา!!!
"นะ นัม...อืออออ"
"ทำไม? ไม่จูบแล้วเหรอ? ก็ดะ..."
"ไม่!! จูบ...จูบดิ! จูบกู นะ"
ทั้งที่เสียงทุ้มหอบพร่าขนาดนั้น และแม้เรียวปากแดงจะก่ำช้ำจนคนมองแอบเจ็บแทน แต่เมื่ออีกฝ่ายทั้งยึดและดึงคอเสื้อ พลางแนบใบหน้าเอียงมุม...เสี้ยวหน้าคมคายซึ่งถอดแบบกันมาแทบไม่เพี้ยน จึงค่อยเผยรอยยิ้มลึกร้าย
ก่อนอ้อมแขนแข็งแกร่งจะตวัดรั้งร่างโปร่งให้นั่งคร่อมเอว พลางบดจูบร้อนแรง ปรนเปรอ...หลอกล่อ
ให้คนเป็นน้องถึงกับสะท้าน พลางตกหลุมพรางซึ่งอีกฝ่ายขุดดักไว้อย่าง...โงหัวไม่ขึ้น
"กุก ยงกุก คืนนี้...ไม่กลับหอ นะครับ?"
"อึ่ก! แต่...อืออออ ฮ๊ะ!! มะ ไม่กลับ อื้ออออ ละ แล้ว..."
ไม่ต้องรู้หรอกว่าเสียงที่ลากสูงนั้นเกิดจากสาเหตุอะไร เอาเป็นว่า วินาทีนี้ยงนัมไม่มีวันปล่อยยงกุกให้หลุดรอดไปได้
ขอเอาศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย ศักดิ์ศรีความเป็นแฝดพี่ตระกูลบังเป็นประกันเลย
...เอ้า!!
แถมอีกนิด
"นัม สรุปแล้วกู เอ่อ...คะ เคะ เหรอวะ?"
"ไม่นี่! มึงไม่เคะหรอก ยงกุก ก็กูบอกแล้วไงว่า หน้าอย่างมึงที่เหมือนกันกับกู มันเคะไม่ได้"
"ตะ แต่! กู กูเป็น เอ่อออ เป็น...ของมึง..."
"หึ! ไม่เกี่ยวหรอก กุก จำไว้นะ! ถึงมึงจะเป็นแฝดน้อง หรือเป็น เมียกู แต่คนอย่างบังยงกุก...กูจะไม่ยอมให้ใครเรียกว่าเคะเด็ดขาด!!"
เพราะถ้าบังยงกุกเคะได้ คนอื่นแม่งก็เมะใส่มึงได้เหมือนกัน
ซึ่งนั่น...บังยงนัมไม่มีวันยอม!!!
ยั่วสงท้าย
อยากได้ NC เหรอ
ไว้ พาร์ทหน้า อารมณ์ดีๆ แล้วจะจัดให้นะ
ตอนนี้ก็ จิ้นเอง ไปก่อนละกัน!!
...หึๆๆ
สัดบัง!! เชี่ยมยง!!
กูโคตรเกลียดแม่ง ไอ้นัม!!
ฟ๊าคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค
กิริยาคลั่งเหมือนตัวอะไรสักอย่างตกมันของหัวหน้าวง B.A.P ทำเอาสองมักเน่ไลน์อย่างจงออบและจุนฮงถึงกับผวา ก่อนจะเป็นแดฮยอนที่กระเถิบเบียดแนบชิดยองแจ จนเด็กหนุ่มผู้กำลังคร่ำเคร่งอยู่กับหนังสือเรียน ต้องโงหัวขึ้นมองด้วยความงุนงง
"บอสเป็นเชี่ยมอะไรอีกเนี่ย?"
เสียงทักดังๆ อย่างไม่กลัวเกรงจากมาดามฮิมคนสวย ทำเอาน้องในวงอีก 4 คนถึงกับตัวกระตุก และทันใดนั้นเอง!! ใบหน้าหล่อคมแฝงริ้วรอยความเหี้ยมโหดเลยหันกลับมา พร้อมดวงตาอันฉาบประกายโหดกร้าวราวฆาตกรโรคจิต (...เอ่อ!! บัง...กูกลัว!!)
"อะ อุ๊ย...แหม! บอส มาดามแค่เป็นห่วง กะ ก็ไม่อยากให้บอสต้องเครียดไง"
พูดเสียงแอบสั่นพลางร่างขาวๆ จึงค่อยเขยิบตัวถอยหลัง ไม่ใช่อะไรนะ...นอกจากคนในวงเล็บจะกลัว กูก็ผวาเหมือนก๊านนนนนนน!!!
พ่อคู๊ณณณณณ นับวันชักจะโหด เหี้ยม เกรียม สถุล เกินไปหม๊ายยยยยยย!!!
นี่มันไอด้อลเกาหลีหรือนักโทษแดนประหารฟระ!!!
"มาดาม กูออกไปข้างนอกนะ บอกคังฮยองด้วยว่าไม่ต้องห่วงกู"
โถ๊!! พ่อคู๊ณณณณ ใครเค้าจะกล้าไปห่วงมึ๊งงงงงงงง มีหน้าตาและความหยาบสถุยเป็นอาวุธขนาดนี้!!!
หาก ด้วยความรักกลัวตัวตาย (ห๊ะ!) มาดามฮิมคนสวยเลยแสร้งยิ้มอ่อนโยน พลางพึมพำไล่หลังร่างสูงผู้เดินกระแทกเท้าปึงปังออกไป...
"จ้ะบอส ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ มาดามจะบอกคังฮยองตามนั้นทู๊กกกกกกกคำเลยจ้า"
เวลาต่อมา หอพักของอีกหนึ่งแฝดตระกูลบัง
ปั้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
"...ชิบ! ใครวะ? ประตูนะเว้ยไม่ใช่กลอง จะรัวทำเหี้ยอะ...อ้าว! ยงกุก เป็นอะไร? ทำไมทำหน้าเหมือนจะฆ่าคนแบบนั้น?"
เพราะเห็นสีหน้าไม่ปกติจากน้องชายฝาแฝด ยงนัมเลยไม่ต่อความยาวเรื่องอีกฝ่ายเคาะซะประตูห้องเขาเกือบพัง หาก ยังไม่ทันได้ไถ่ถามมากความ คนอายุน้อยกว่าไม่กี่นาทีกลับสวนคำพูดที่ทำเอายงนัมถึงกับยืนอึ้ง
"ไอ้นัม กูพูดจริง! จากนี้ไปมึงไม่ต้องมาหากูอีกแล้ว...ไม่ว่าจะที่ไหนๆ มึงก็ไม่ต้องมา! ส่วนกูก็จะไม่ไปเจอมึงอีกเหมือนกัน ลาก่อน!!"
ไม่ทันที่ร่างสูงจะหันกลับออกไป คนตัวหนากว่าซึ่งเพิ่งได้สติเลยรีบคว้ามืออีกฝ่ายไว้ ก่อนจะลากคนหน้าเหมือนกันแทบไม่เพี้ยนเข้าห้องทันที
"นัม ปล่อยกู...สัดยงนัม กูบอกให้ปล่อย!"
"ไม่ปล่อย! มึงเป็นอะไร? ใครทำอะไรมึง...หรือใครเอาเรื่องอะไรไม่ดีของกูไปเป่าหูมึงรึไง? กุก มึงโกรธอะไรกูเนี่ย?? แล้วไอ้ลาก่อนเชี่ยอะไรนั่น...มึงอย่าได้พูดออกมาอีกนะ!"
ทั้งน้ำเสียงร้อนรนกับสีหน้า แววตาเครียดเคร่งของยงนัม ทำเอายงกุกเกือบใจอ่อน
ถ้าไม่ติดว่าทั้งภาพและข้อความพวกนั้น มันเสือกวาบเข้ามาในหัวเขาซะก่อนน่ะนะ!!
"กูไม่มีอะไรจะพูดกับมึงแล้ว กูหมายความตามนั้น ปล่อยดิยง...เฮ้ย!! ย่าห์!! นะ นัม...เหี้ยอะไรของมึงเนี่ย??"
ไม่ทันที่ยงกุกได้พูดจบ ร่างทั้งร่างกลับโดนอีกฝ่ายจับกระชาก ก่อนจะแบกพาดบ่าพาไปทางห้องนอนส่วนตัวอย่างไร้ซึ่งความลังเล
"Fuck! ไอ้นัม! เหี้ยยงนัม มะ มึงจะทำอะไร...ฮึ้ยยยย!!"
พอหลังแตะโดนพื้นเตียง ร่างแกร่งหนาเลยรีบเข้าโถมคร่อม มือข้างหนึ่งจับสองมือของแฝดตนรวบเหนือศีรษะ ส่วนอีกข้างกลับกดล๊อคบั้นเอวสอบไว้อย่างหนาแน่น นั่นทำให้ยงกุกเหลือทางเลือกอีกแค่ทางเดียว...
"อั้ก!! แม่งเอ๊ย! ไอ้ยงกุก!"
ขายาวๆ กับปลายเท้าหนักหน่วงที่ถีบเอากลางท้อง ก่อนเตะลามมาถึงสีข้าง ทำเอาแฝดพี่ต้องสบถพลางงอตัวนิดๆ แต่เมื่อตั้งหลักได้ เด็กหนุ่มเลยสอดขาตัวเองพันเกี่ยวกับขาน้องแฝด ก่อนจะ กัดฟัน ต่อยหนักๆ เข้าช่องท้องอีกฝ่าย
"โอ๊ย!! อึ๊ก...Fuck..."
พอเห็นคนอายุน้อยกว่าสบถครางเสียงหนัก พลางซุกร่างงอลงด้วยความจุก ทั้งใบหน้าคมคายซึ่งเหมือนกันกับเขายังนิ่วหนึบอย่างเจ็บปวด คนเป็นพี่จึงต้องเบือนหน้าหนี แล้วเลยเผลอหลุดคำหยาบคายมาอีกระลอก
"เหี้ยเอ๊ย! บังยงกุก มึงแม่ง! เป็นห่าอะไร? ทำไมไม่คุยกับกูดีๆ วะ? มึงก็รู้...ว่ากูไม่ได้อยากทำให้มึงเจ็บ"
"ไม่ต้องมาห่วงกู ไอ้บังยงนัม...อึ่ก! มึงนั่นล่ะ ทำร้ายกู...มึงทำให้กูถูกหัวเราะเยาะ!"
คำที่เค้นจากปากนั้นสั่นพร่า ไม่รู้เพราะความจุก หรือเพราะ...เจ็บหนึบ ในอกซ้าย
แม่งอัดกู! ไอ้สัดนัม!!
"ทำร้ายมึง? กูเนี่ยนะ...กูเนี่ยนะทำร้ายมึง! บังยงกุก กูไปทำร้ายมึงตอนไหน??"
ทั้งความโกรธและสับสนดูผสมปนเป จนยงนัมแทบไม่อาจระงับความกราดเกรี้ยวได้ ทำร้ายน้องชายฝาแฝดของตัวเอง คนอย่างบังยงนัมเนี่ยนะ?
บังยงนัม ที่ทั้งรัก ทั้งหวง และหลง บังยงกุก...จนหัวปักหัวปำ
มีแต่มึงนั่นแหละไอ้แฝดน้อง แม่งคอยแต่ทำร้ายแฝดพี่อย่างกูนับครั้งไม่ถ้วน!!
กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
ยังไม่ทันได้เค้นเอาคำตอบจากยงกุก เสียงมือถือของยงนัมกลับแผดระรัว ให้ตาคู่คมไม่แผกกันสองคู่ ต้องเหลือบจ้องวัตถุนั้นอย่างพร้อมเพรียง
"อย่าได้คิดว่ากูจะยอมปล่อยมึง ทั้งที่เรื่องเหี้ยๆ แม่งยังไม่เคลียร์!"
พึมพำบอกแฝดน้องอย่างหนักแน่น ก่อนแฝดคนพี่จะโน้มทั้งตัวลงทับให้อีกฝ่ายเผลอคราง พลางงอร่าง ซบหน้าแนบบ่าแกร่ง...อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
แม่ง!! หนาชิบหาย แล้วกูจะดิ้นหนีได้ยังไงวะ!!
"ฮัลโหล! ว่าไง? มีอะไรก็รีบๆ พูด...พี่ยุ่งอยู่!"
มือข้างที่ละจากการกดกอดเอวสอบเอื้อมไปรับโทรศัพท์แนบหู พลางกรอกเสียงห้าวห้วนให้อีกฝ่ายรู้ถึงอารมณ์อันไม่ปกติ
แม้ว่า คนปลายสายที่ว่าจะเป็น แฟน ของตัวเองก็ตาม
"ห๊ะ? ว่าไงนะ? เมื่อไหร่...ยังไง? อะไรนะ!! แล้วเธอพูดแบบนั้นออกไปได้ยังไงวะ!"
ไม่รู้หรอกว่าไอ้ยงนัมแม่งกราดเกรี้ยวอะไรนักหนา แต่ว่า การโดนร่างแกร่งกำยำบดทับลงมาแบบนั้น มันทำให้ยงกุกเริ่มรู้สึก ทรมานแปลกๆ
"อึ้ก! นัม...โอ๊ยยยย ลุกไป...แฮ่กกกก"
เสียงหอบแหบพร่าอันดังเกือบชิดริมหู ทำเอายงนัมถึงกับชะงักค้าง ก่อนตาคู่คมจะตวัดจ้องเสี้ยวหน้าก่ำเรื่อซึ่งซบแนบอยู่ข้างบ่า ด้วยความรู้สึก ประหลาด
"แค่นี้นะ ส่วนเรื่องที่เธอทำลงไป พี่จะเป็นคนจัดการเอง...ไม่ต้องยุ่ง! เธอทำยุ่งมามากพอแล้ว!! อย่าคิดว่าเป็นแฟนพี่แล้วจะมีสิทธิมาก้าวก่ายอะไรมากมาย โดยเฉพาะเรื่องยงกุก..."
เรื่องยงกุก? เรื่องกูเหรอ??
พอได้ยินชื่อตัวเองปนอยู่ในบทสนทนา แฝดคนน้องเลยเผลอเงยหน้า ก่อนทั้งตัวจะชาวาบกับระยะห่างระหว่างเสี้ยวหน้า หาก ที่ทำเอาก้อนเนื้อในอกซ้ายยิ่งรัวหนัก มันเป็นเพราะแววตาพราวระยับ กับรอยยิ้มบาดร้ายอย่างชวนขวัญผวานั่นต่างหาก!!
"ยะ ยงนัม กะ กู..."
"กูรู้เรื่องหมดแล้ว เขา เอาเรื่องที่ยงชานฮยองแซวเราพี่น้องไปพูดกับ เบบี้ จนดังไปถึงหู นักข่าว ใช่ไหม?"
เขา นั้นคงเป็นใครไม่ได้ นอกจากผู้หญิงซึ่งทำเอายงกุกโกรธจัดเป็นฟืนเป็นไฟ
แฟนของยงนัม พี่ชายฝาแฝดของเขา
"กะ กูไม่..."
"กูขอโทษ! เดี๋ยวกูช่วยแก้ข่าวเองว่า มึงไม่ได้เคะ เหี้ย! ถ้าหน้าอย่างมึงเคะ หน้าอย่างกูจะไปเหลือห่าอะไรวะ? พวกนักข่าวแม่งก็กระพือกระแสเกินไป มึงกับกูเป็น พี่น้องฝาแฝด เสือกเอาเราไปจิ้นบ้าจิ้นบอแบบนั้นได้ยัง ไง...เอ่อ..."
นั่นสินะ พี่น้องฝาแฝด
มึงกับกู แม่งก็แค่นั้น
บังยงนัมกับบังยงกุก ฝาแฝดตระกูลบัง
ที่สำคัญ แฝดคนพี่แม่งก็ มีแฟนเป็นผู้หญิง เป็นตัวเป็นตน
ไม่เหมือนแฝดคนน้องอย่างกู... ไม่มีใครสักคน ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย
"กุก...ยงกุก กะ กู..."
ถึงคราวยงนัมต้องเสียงสั่น ใจสั่น เมื่อเห็นหยาดน้ำใสเอ่อริน อาบใบหน้าที่เหมือนกับตนแทบไม่ผิดเพี้ยน
ยินเสียงอีกฝ่ายกลั้นสะอื้นหนักๆ จนเด็กหนุ่มเผลอขบกราม พลางรีบยันตัวขึ้นนั่ง...โดยไม่ลืมรั้งคนตัวบางกว่ากอดรวบไว้ในอ้อมแขน
"มะ ไม่ต้อง ฮึก! กูไม่ใช่เด็กๆ แล้ว ร้องไห้ได้ กะ กู ฮึก! ก็หยุดเอง...ดะ ได้..."
พูดพลาง ปลายนิ้วเรียวที่กำจนเป็นหมัดแน่นๆ ก็ทุบปั้กเข้ากลางอกแกร่ง กระนั้น ยงนัมกลับอดทน ไม่ร้อง ไม่ตอบโต้ จนยงกุกต้องเป็นฝ่ายหยุดชะงักไปเอง
"ทำไม? เมื่อกี๊มึงยัง..."
"กูไม่เคยอยากให้มึงเจ็บ แล้วก็ยิ่งโคตรไม่อยาก...ให้มึงหยุดร้องไห้เอง โดยไม่มีกูปลอบ"
ประโยคหลัง เสียงทุ้มเจือพร่าเลยลดแผ่วแทบเป็นกระซิบ ก่อนสันจมูกโด่งคมจะลากไล้ไปตามเสี้ยวหน้าอันอุ่นชิ้นด้วยหยาดน้ำใส พาเอาคนถูกสัมผัสถึงกับตัวแข็งค้าง แทบไม่อาจ...หายใจ
"ยะ ยงนัม"
"ครับ?"
สิ้นถ้อยพึมพำอ่อนโยน เรียวปากร้อนผ่าวเลยกดแนบข้างมุมปาก
ย้ำ ซ้ำ...หวาน
กระทั่ง ลมหายใจผ่าวแรงรินรดข้างแก้ม และเป็นคนน้องผู้ ทนอีกไม่ไหว ต้องขยับเอียงให้เรียวปากแฝดพี่สัมผัสกับตนอย่าง...ลึกซึ้ง
เคยบอกไปแล้วรึยัง?
ว่าในโลกกว้างใหญ่ใบนี้ บังยงนัมโคตรมั่นใจว่าตัวเอง รู้ทัน บังยงกุกทุกอย่าง
แฝดน้องของเขาเป็นเด็กขี้เหงา อ่อนไหว แต่กลับชอบกดซ่อนทุกอย่างไว้ภายใต้กิริยา อาการหยาบกร้าว
เห็นท่าทางเหมือนไม่ค่อยแคร์กัน ใครจะรู้ว่าแฝดพี่อย่างเขา เคยถูกอีกฝ่ายทั้งห่วงและหวงจนแทบขยับตัวไม่ได้
เพราะงั้น เมื่อตัดสินใจคบกับผู้หญิงคนอื่นโดยไม่บอกน้องชายก่อน ปฏิกิริยาตอบกลับจากยงกุกเลยทำเอายงนัมแทบเก็บซ่อนอาการไม่ไหว
ยงกุกแทบบ้า แทบคลั่ง
หาก กลับต้องกดรั้งความรู้สึกของตัวเองด้วยความเจ็บปวด ทรมาน
ก็เหมือนกันกับยงนัมนั่นล่ะ
เมื่อรู้ว่าน้องชายฝาแฝดเลือกหนทางเป็นไอด้อล เซ็นสัญญากับค่ายเพลงดัง แถมยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นลีดเดอร์ พี่โต มีน้องๆ ร่วมวงถึง 5 คน
ความรู้สึกของยงกุกตอนรู้ว่าความรักจากพี่ชายฝาแฝดจะถูกแบ่งพรากไปให้คนอื่น
มันก็เหมือนกันกับทุกครั้งเวลายงนัมมองน้องชายฝาแฝดอยู่ท่ามกลางเด็กพวกนั้น
เพราะงั้น ทางเดียวที่ยงนัมจะเอาแฝดน้องกลับคืนมาได้...มีแค่วิธีเดียว
ทำให้ยงกุกอดรนทนไม่ไหว จนต้อง ซมซาน กลับมาอยู่ในอ้อมกอดของเขา!!!
"นะ นัม...อืออออ"
"ทำไม? ไม่จูบแล้วเหรอ? ก็ดะ..."
"ไม่!! จูบ...จูบดิ! จูบกู นะ"
ทั้งที่เสียงทุ้มหอบพร่าขนาดนั้น และแม้เรียวปากแดงจะก่ำช้ำจนคนมองแอบเจ็บแทน แต่เมื่ออีกฝ่ายทั้งยึดและดึงคอเสื้อ พลางแนบใบหน้าเอียงมุม...เสี้ยวหน้าคมคายซึ่งถอดแบบกันมาแทบไม่เพี้ยน จึงค่อยเผยรอยยิ้มลึกร้าย
ก่อนอ้อมแขนแข็งแกร่งจะตวัดรั้งร่างโปร่งให้นั่งคร่อมเอว พลางบดจูบร้อนแรง ปรนเปรอ...หลอกล่อ
ให้คนเป็นน้องถึงกับสะท้าน พลางตกหลุมพรางซึ่งอีกฝ่ายขุดดักไว้อย่าง...โงหัวไม่ขึ้น
"กุก ยงกุก คืนนี้...ไม่กลับหอ นะครับ?"
"อึ่ก! แต่...อืออออ ฮ๊ะ!! มะ ไม่กลับ อื้ออออ ละ แล้ว..."
ไม่ต้องรู้หรอกว่าเสียงที่ลากสูงนั้นเกิดจากสาเหตุอะไร เอาเป็นว่า วินาทีนี้ยงนัมไม่มีวันปล่อยยงกุกให้หลุดรอดไปได้
ขอเอาศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย ศักดิ์ศรีความเป็นแฝดพี่ตระกูลบังเป็นประกันเลย
...เอ้า!!
แถมอีกนิด
"นัม สรุปแล้วกู เอ่อ...คะ เคะ เหรอวะ?"
"ไม่นี่! มึงไม่เคะหรอก ยงกุก ก็กูบอกแล้วไงว่า หน้าอย่างมึงที่เหมือนกันกับกู มันเคะไม่ได้"
"ตะ แต่! กู กูเป็น เอ่อออ เป็น...ของมึง..."
"หึ! ไม่เกี่ยวหรอก กุก จำไว้นะ! ถึงมึงจะเป็นแฝดน้อง หรือเป็น เมียกู แต่คนอย่างบังยงกุก...กูจะไม่ยอมให้ใครเรียกว่าเคะเด็ดขาด!!"
เพราะถ้าบังยงกุกเคะได้ คนอื่นแม่งก็เมะใส่มึงได้เหมือนกัน
ซึ่งนั่น...บังยงนัมไม่มีวันยอม!!!
ยั่วสงท้าย
อยากได้ NC เหรอ
ไว้ พาร์ทหน้า อารมณ์ดีๆ แล้วจะจัดให้นะ
ตอนนี้ก็ จิ้นเอง ไปก่อนละกัน!!
...หึๆๆ
Chapter 2
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ห้องชั้นบนของร้าน XXX
"...อ้ะ! ไปล่ะ มึงดูแลผัวกูดีๆ ด้วย"
เพราะเห็นสีหน้าเครียดๆ จากเด็กหนุ่มผู้มีหน้าตาเหมือนบอสวงตัวเองแทบไม่ผิดเพี้ยน มาดามฮิมชานเลยแกล้งพูดจากวนตรีน ยั่วประสาท
ทว่า...ท่าทางไอ้ตัวเกือบล่ำมันจะเครียดจริง เลยไม่หันมาหืออืออะไรกับเขาสักคำ!!
"ย่าห์! มึงอย่าคิดมากดิ ยงนัม มีอะไรก็พูด ก็แสดงออกไปตรงๆ เลย ความรู้สึกของมึงเท่านั้นล่ะ ที่จะทำให้บอสดีขึ้น"
"...หรือว่ากูควรหยุดวะ? แม่ง! กูมีแต่จะทำให้เรื่องมันแย่ลงรึเปล่า? มึงดูแลยงกุกแทนกู...โว้ย! ทำไม่ได้เว้ย!!" แค่พูดเอง เขาก็เจ็บจนแทบจะตายเองอยู่เหมือนกัน
แต่ถ้าฝืนทำอะไรต่อไป แล้วยงกุกตื่นขึ้นมาเจอหน้าเขา
แล้ว...ร้องไห้ สะอึกสะอื้น
ไอ้ยงนัมคนนี้ จะทนไหวได้ไงกัน?
"มึงก็รู้ว่าตัวเองขาดยงกุกไม่ได้ แล้วกูก็รู้ว่าถ้าไม่ใช่มึง...กูกับยงกุกฮยอง ก็ไม่มีวันยอมให้คนอื่นอีกเหมือนกัน! สิ่งที่บอสเป็น มันไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นจะมาทำความเข้าใจได้ เพราะงั้น มึงไม่เห็นต้องแคร์เลย แคร์แค่กูกับบอสก็พอแล้ว ยงนัม"
พูดจบ คนหน้าสวยหวานเลยเงยขึ้นกดจูบเบาๆ ที่มุมปากหนา ก่อนจะยกมือลูบหัวอีกฝ่ายไปอีกที
"...ขอโทษ กูจะไม่คิดมากแล้ว มึง..ไม่อยากอยู่ด้วยจริงๆ เหรอ?" ถามพลาง ท่อนแขนแกร่งเลยเอื้อมโอบบั้นเอวเล็ก หาก อีกฝ่ายกลับแกะมือเขาออก แล้วจ้องสบตาเรียวคมด้วยสีหน้า แววตาจริงจังยิ่งกว่า
"ไม่!! กูยอมเป็นที่พึ่งให้มึงกับบอสได้เสมอ แต่ไม่ใช่ในวันที่พวกมึงมีปัญหากันเอง แล้วใครคนใดคนหนึ่งจะไม่กล้าเผชิญหน้า แค่เพราะกลัวเจ็บ กลัวตาย...ถ้าผ่านเรื่องวันนี้ไปด้วยตัวเองไม่ได้ กูจะไม่อยู่ตรงนี้ให้พวกมึงอีกแล้วนะ!!"
เงียบงันกันอยู่ครู่ใหญ่ๆ กว่าที่ยงนัมจะถอนหายใจ แล้วคว้าร่างโปร่งเพรียวเข้ากอดกระชับอีกรอบ
"...มึงไม่เป็นไรหรอก นัม อย่าทำตัวอ่อนแอแบบนี้ดิ! ถ้าแม้แต่มึงยังไม่ไหว แล้วกูกับกุกฮยองจะไปต่อยังไงวะ?" น้ำเสียงติดเครือของคนในอ้อมแขน ทำให้ยงนัมค่อยได้สติ
จากนั้น ใบหน้าคมคายจึงก้มลงแตะหน้าผากกับคนหน้าสวย พลางกดจูบเรียวปากบางอย่างอ่อนหวาน อ่อนโยน...แทนคำขอบคุณ แทนคำสัญญา
"อย่าร้องไห้ กูทนเห็น คนที่กูรักทั้งสองคน ร้องไห้เพราะกูพร้อมๆ กัน คืนเดียวกัน...ไม่ไหวนะ"
"ไอ้เหี้ย อย่ามาทำซึ้ง... กูก็รักมึงกับยงกุกฮยองเหมือนกัน รีบๆ คืนดีกันซะทีเถอะ ไอ้แฝดเวร!!"
ย้อนเวลากลับไป หลายปีก่อน
ร้อน...ร้อนมาก
ทำไมอากาศมันร้อนขนาดนี้วะ
"...นัม! ร้อนอ้ะ แม่ง!" บ่นพลาง คนตัวผอมที่แทบจะกระชากเสื้อกล้ามตัวบางขาดติดมือ ก็เงยขึ้นสบตากับแฝดพี่ ผู้กำลังเดินกลับมาพร้อมกระป๋องเบียร์เย็นฉ่ำ
"ยงนัม! อยากกินนนน กินด้วยดิ!" ใบหน้างอง้ำกลับยิ้มแฉ่งขึ้นทันตา ยังผลให้คนโตกว่าแค่ไม่กี่นาที ต้องยกยิ้มน้อยอย่างขำเจือระอา
"เออๆ รู้แล้ว...พออนุญาตให้ดื่มได้ก็เอาใหญ่เลยนะ ตัวแสบ!"
กระนั้น ทั้งกระป่องเบียร์ที่ยื่นป้อนถึงปาก หรือการหาสมุดเล่มบางมาช่วยพัดคลายร้อน มันบ่งบอกได้ดีถึงความเอาใจ ใส่ใจ ซึ่งยงนัมมีต่อแฝดน้อง
"ชื่นใจชิบ ฮ่า!! ยงนัมอ้ะ ดื่มป้ะวะ?" พอเห็นแฝดพี่พยักหน้า ดวงตาเรียวคมเลยพราวประกายวับ ก่อนกระป๋องเบียร์ที่อีกฝ่ายกำลังยกจิบ จะถูกรั้งป้อนเข้าปากตัวเอง และ...
"อืมมมม ยั่วกันเหรอ กุก"
จากเบียร์รสขมกลับกลายเป็นนุ่มละมุน...อมหวาน เพราะริมฝีปากอันกดแนบ ก่อนปล่อยป้อนหยาดน้ำให้อีกฝ่ายกลืนกิน...ถึงใจ
และเพียงไม่กี่นาทีต่อมา ยงกุกกลับต้องเป็นฝ่ายเครือคราง พลางทอดร่างระทวยให้คนตัวหนากว่าทั้งขบไซร้ ลิ้มชิมรสหวานตามผิวเนื้อเนียน แม้อากาศจะยังทวีความรุ่มร้อน หาก บทรักซึ่งอีกฝ่ายกำลังปรนเปรอ ก็ไม่ได้ทำให้ยงกุกรู้สึกไม่ดีอีกต่อไป
"อึ๊ก...แรงอีก นะ อ้ะ! นัม...ยงนัม...แรงๆ อื้ออออ บะ แบบนั้น...ฮั่กกกก กุกจะ...จะถึง...อึ๊ก! แล้ว...อื้อออ นัม...ฮยอง...อ้าาาาาา"
ทั้งเสียงทุ้มเครือครางปานจะขาดใจ อันสวนทางกับบั้นเอวที่โยกเด้ง สวนกระทั้น จังหวะกระทบกระแทกฟังลามก หาก ซ่านกระสันต์ ตราบจนช่องทางลึกร้อนตอดรัด บีบเค้น ให้คนตัวโตกว่าหมดความอดกลั้น ยิ่งโหมแรงใส่หนัก จนพากันไปถึงสุดปลายทาง
ร่างในอ้อมอกยังสั่นสะท้านด้วยแรงหอบไม่เป็นจังหวะ หยาดน้ำรักขาวข้นเปรอะเลอะเต็มกล้ามท้องแกร่ง เรียวขาข้างหนึ่งยังเกี่ยวรั้งคาบ่ากว้าง ผิวเนื้อเนียนขาวขึ้นรอยช้ำเป็นหลายจ้ำ หาก ที่แย่ยิ่งกว่ากลับเป็นร่างกายของแฝดคนพี่
รอยจิก ขบ กัด ทั้งช้ำและได้เลือด ลากยาวตั้งแต่แผ่นหลัง บั้นเอวหนา ลำตัวด้านหน้า แขน ไหล่ บ่า จนถึงข้างลำคอก็ไม่เว้น และเมื่อแฝดน้องได้สติ อีกฝ่ายเลยหลุดสะอื้นออกมาเต็มเสียง จนคนพี่ต้องรีบกอดกระชับร่างบางกว่าเอาไว้ พลางเอ่ยถ้อยคำซ้ำซาก...ไม่เป็นไร
"ไม่เป็นไร ยงกุก พี่ไม่เจ็บ...เด็กดี อย่าร้องไห้สิครับ กุก...นัมไม่เป็นไร ไม่เจ็บเลย โอ๋ๆ"
"ฮืออออ เจ็บสิ! นัมเจ็บ! ฮึก...ขะ ขอโทษ กุกขะ...ฮึก! ขอโทษ...ฮยอง ยงนัมฮยอง ฮืออออ ขอโทษ"
ยิ่งเห็นอีกฝ่ายเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น พลางเงื้อมือตบตีใบหน้าที่เหมือนกันกับตัวเอง ยงนัมเลยไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้
เป็นแบบนี้อีกแล้ว
ไม่เอาแล้วได้ไหม
"อย่าสิ ฮึก! กุก...เด็กไม่ดี ทำร้ายคนที่พี่รักทำไม? ยงกุกทำพี่ทำไม...ฮึก! ไม่รักพี่ใช่ไหม บังยงกุก"
"มะ ไม่! ฮึก...เปล่านะ รักสิ! กุกรักยงนัมฮยองสิ! ฮืออออ ขอโทษ...ยงนัม ฮึก! ฮยอง กุกขอโทษ" พอเห็นคนพี่น้ำตาไหลพรากๆ แถมยังทำแววตาเจ็บปวด ตัดพ้อ
คนน้องที่เริ่มได้สติอีกครั้ง เลยรีบกอดรั้งร่างแกร่ง แล้วเลยต้องเป็นฝ่ายลูบหัว ลูบหลัง ปลอบใจคนโตกว่า...ซะงั้น!!
มานึกดูแล้ว ช่วงปีแรกๆ ที่พวกเขารักกัน มันช่างแสนสาหัสแค่ไหน?
ทุกครั้งที่ทำรัก ช่วงระหว่างและหลังทำ...ยงกุกแทบไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ทั้งเขาและยงนัมต่างก็ต้องเจ็บตัวด้วยวาระอันแตกต่างกันไป
ยงนัมเจ็บตัวเพราะถูกยงกุกระบายอารมณ์ใส่อย่างไม่บันยะบันยัง
ส่วนยงกุกก็เจ็บตัวเพราะตัวเองนั่นล่ะ บังคับให้ยงนัมเหลืออด ต้องจัดหนัก
ทั้งที่ตลอดมาใครๆ ก็รู้ว่ายงนัมโคตรรักแฝดน้อง ทั้งคอยหวง คอยปกป้อง ตามใจ เอาใจ จนแทบจะเรียกได้ว่าทะนุถนอมกันเกินไปด้วยซ้ำ!!
เพราะงั้น ทุกครั้งที่ยงกุกต้องเจ็บตัว ไม่ว่าจะเพราะตัวเขาหรือตัวเอง ยงนัมก็ต้องรู้สึกทั้งเจ็บใจ แค้นใจ และปวดใจยิ่งกว่าใครหน้าไหนทั้งนั้น...
จนกระทั่ง วันที่เด็กผู้ชายชื่อคิมฮิมชานก้าวเข้ามาในชีวิตของพี่น้องสองแฝด
ทางเลือกอันแสนแปลกประหลาดซึ่งฮิมชานเป็นฝ่ายเสนอแนะ หยิบยื่น จนถึงขั้นบังคับ แรกๆ ก็ทำเอาทั้งนัมและกุกเกือบๆ จะคลั่ง หาก ท้ายที่สุด...ฮิมชานกลับเป็นฝ่ายถูก
ทั้งเด็กหนุ่มยังช่วยให้สองแฝดพี่น้องไม่ต้องเจ็บตัวอย่างที่เคยเป็น
ไม่รู้เมื่อไหร่ ที่ยงนัมกับยงกุกนับเอาฮิมชานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตรักอันเร้นลับ ดำมืด ต่างเสพติดซึ่งกันและกันอย่างไม่มีใครจะโงหัวขึ้น
ยงกุกตอบไม่ได้ว่ารักใครมากกว่าระหว่างยงนัมกับฮิมชาน
เช่นเดียวกับอีกสองคนที่เหลือ
แม้แฝดพี่กับคนอายุน้อยกว่าจะชอบจิกกัด ตบตี จนถึงขั้นต่อยเตะกันบ้างตามประสา...อ่าาาา ประสาอะไรก็ช่าง! แต่พวกเขาสามคนก็ยังรักกันเหนียวแน่น และไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนเข้าแทรกแซง
ใช่!! ยงกุกเคยคิดและมั่นใจเอาไว้แบบนั้น
ตราบกระทั่ง วันที่ผู้หญิงอีกคนก้าวเข้ามาในชีวิตพี่ชาย
"ยงกุก คนนี้นี่เองฝาแฝดของยงนัม สวัสดีจ้ะ ฉันชื่อ...เป็นแฟนกับยงนัม แฝดพี่ของยงกุกนะ"
ทำไมต้องย้ำ??
แฟนของยงนัม
แฟนของแฝดพี่
แฝดพี่ของแฝดน้อง
ยงนัมของยงกุก
เออ! กูรู้แล้ว เข้าใจแล้ว!!
"...สารเลว ฮึก! กูเกลียดมึง บังยงนัม ไอ้เหี้ยยงนัม!! กูเกลียดมึง เกลียดมึง เกลียดมึง...ไอ้เหี้ยนัม!! ฮืออออ"
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ห้องชั้นบนของร้าน XXX
"...อ้ะ! ไปล่ะ มึงดูแลผัวกูดีๆ ด้วย"
เพราะเห็นสีหน้าเครียดๆ จากเด็กหนุ่มผู้มีหน้าตาเหมือนบอสวงตัวเองแทบไม่ผิดเพี้ยน มาดามฮิมชานเลยแกล้งพูดจากวนตรีน ยั่วประสาท
ทว่า...ท่าทางไอ้ตัวเกือบล่ำมันจะเครียดจริง เลยไม่หันมาหืออืออะไรกับเขาสักคำ!!
"ย่าห์! มึงอย่าคิดมากดิ ยงนัม มีอะไรก็พูด ก็แสดงออกไปตรงๆ เลย ความรู้สึกของมึงเท่านั้นล่ะ ที่จะทำให้บอสดีขึ้น"
"...หรือว่ากูควรหยุดวะ? แม่ง! กูมีแต่จะทำให้เรื่องมันแย่ลงรึเปล่า? มึงดูแลยงกุกแทนกู...โว้ย! ทำไม่ได้เว้ย!!" แค่พูดเอง เขาก็เจ็บจนแทบจะตายเองอยู่เหมือนกัน
แต่ถ้าฝืนทำอะไรต่อไป แล้วยงกุกตื่นขึ้นมาเจอหน้าเขา
แล้ว...ร้องไห้ สะอึกสะอื้น
ไอ้ยงนัมคนนี้ จะทนไหวได้ไงกัน?
"มึงก็รู้ว่าตัวเองขาดยงกุกไม่ได้ แล้วกูก็รู้ว่าถ้าไม่ใช่มึง...กูกับยงกุกฮยอง ก็ไม่มีวันยอมให้คนอื่นอีกเหมือนกัน! สิ่งที่บอสเป็น มันไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นจะมาทำความเข้าใจได้ เพราะงั้น มึงไม่เห็นต้องแคร์เลย แคร์แค่กูกับบอสก็พอแล้ว ยงนัม"
พูดจบ คนหน้าสวยหวานเลยเงยขึ้นกดจูบเบาๆ ที่มุมปากหนา ก่อนจะยกมือลูบหัวอีกฝ่ายไปอีกที
"...ขอโทษ กูจะไม่คิดมากแล้ว มึง..ไม่อยากอยู่ด้วยจริงๆ เหรอ?" ถามพลาง ท่อนแขนแกร่งเลยเอื้อมโอบบั้นเอวเล็ก หาก อีกฝ่ายกลับแกะมือเขาออก แล้วจ้องสบตาเรียวคมด้วยสีหน้า แววตาจริงจังยิ่งกว่า
"ไม่!! กูยอมเป็นที่พึ่งให้มึงกับบอสได้เสมอ แต่ไม่ใช่ในวันที่พวกมึงมีปัญหากันเอง แล้วใครคนใดคนหนึ่งจะไม่กล้าเผชิญหน้า แค่เพราะกลัวเจ็บ กลัวตาย...ถ้าผ่านเรื่องวันนี้ไปด้วยตัวเองไม่ได้ กูจะไม่อยู่ตรงนี้ให้พวกมึงอีกแล้วนะ!!"
เงียบงันกันอยู่ครู่ใหญ่ๆ กว่าที่ยงนัมจะถอนหายใจ แล้วคว้าร่างโปร่งเพรียวเข้ากอดกระชับอีกรอบ
"...มึงไม่เป็นไรหรอก นัม อย่าทำตัวอ่อนแอแบบนี้ดิ! ถ้าแม้แต่มึงยังไม่ไหว แล้วกูกับกุกฮยองจะไปต่อยังไงวะ?" น้ำเสียงติดเครือของคนในอ้อมแขน ทำให้ยงนัมค่อยได้สติ
จากนั้น ใบหน้าคมคายจึงก้มลงแตะหน้าผากกับคนหน้าสวย พลางกดจูบเรียวปากบางอย่างอ่อนหวาน อ่อนโยน...แทนคำขอบคุณ แทนคำสัญญา
"อย่าร้องไห้ กูทนเห็น คนที่กูรักทั้งสองคน ร้องไห้เพราะกูพร้อมๆ กัน คืนเดียวกัน...ไม่ไหวนะ"
"ไอ้เหี้ย อย่ามาทำซึ้ง... กูก็รักมึงกับยงกุกฮยองเหมือนกัน รีบๆ คืนดีกันซะทีเถอะ ไอ้แฝดเวร!!"
ย้อนเวลากลับไป หลายปีก่อน
ร้อน...ร้อนมาก
ทำไมอากาศมันร้อนขนาดนี้วะ
"...นัม! ร้อนอ้ะ แม่ง!" บ่นพลาง คนตัวผอมที่แทบจะกระชากเสื้อกล้ามตัวบางขาดติดมือ ก็เงยขึ้นสบตากับแฝดพี่ ผู้กำลังเดินกลับมาพร้อมกระป๋องเบียร์เย็นฉ่ำ
"ยงนัม! อยากกินนนน กินด้วยดิ!" ใบหน้างอง้ำกลับยิ้มแฉ่งขึ้นทันตา ยังผลให้คนโตกว่าแค่ไม่กี่นาที ต้องยกยิ้มน้อยอย่างขำเจือระอา
"เออๆ รู้แล้ว...พออนุญาตให้ดื่มได้ก็เอาใหญ่เลยนะ ตัวแสบ!"
กระนั้น ทั้งกระป่องเบียร์ที่ยื่นป้อนถึงปาก หรือการหาสมุดเล่มบางมาช่วยพัดคลายร้อน มันบ่งบอกได้ดีถึงความเอาใจ ใส่ใจ ซึ่งยงนัมมีต่อแฝดน้อง
"ชื่นใจชิบ ฮ่า!! ยงนัมอ้ะ ดื่มป้ะวะ?" พอเห็นแฝดพี่พยักหน้า ดวงตาเรียวคมเลยพราวประกายวับ ก่อนกระป๋องเบียร์ที่อีกฝ่ายกำลังยกจิบ จะถูกรั้งป้อนเข้าปากตัวเอง และ...
"อืมมมม ยั่วกันเหรอ กุก"
จากเบียร์รสขมกลับกลายเป็นนุ่มละมุน...อมหวาน เพราะริมฝีปากอันกดแนบ ก่อนปล่อยป้อนหยาดน้ำให้อีกฝ่ายกลืนกิน...ถึงใจ
และเพียงไม่กี่นาทีต่อมา ยงกุกกลับต้องเป็นฝ่ายเครือคราง พลางทอดร่างระทวยให้คนตัวหนากว่าทั้งขบไซร้ ลิ้มชิมรสหวานตามผิวเนื้อเนียน แม้อากาศจะยังทวีความรุ่มร้อน หาก บทรักซึ่งอีกฝ่ายกำลังปรนเปรอ ก็ไม่ได้ทำให้ยงกุกรู้สึกไม่ดีอีกต่อไป
"อึ๊ก...แรงอีก นะ อ้ะ! นัม...ยงนัม...แรงๆ อื้ออออ บะ แบบนั้น...ฮั่กกกก กุกจะ...จะถึง...อึ๊ก! แล้ว...อื้อออ นัม...ฮยอง...อ้าาาาาา"
ทั้งเสียงทุ้มเครือครางปานจะขาดใจ อันสวนทางกับบั้นเอวที่โยกเด้ง สวนกระทั้น จังหวะกระทบกระแทกฟังลามก หาก ซ่านกระสันต์ ตราบจนช่องทางลึกร้อนตอดรัด บีบเค้น ให้คนตัวโตกว่าหมดความอดกลั้น ยิ่งโหมแรงใส่หนัก จนพากันไปถึงสุดปลายทาง
ร่างในอ้อมอกยังสั่นสะท้านด้วยแรงหอบไม่เป็นจังหวะ หยาดน้ำรักขาวข้นเปรอะเลอะเต็มกล้ามท้องแกร่ง เรียวขาข้างหนึ่งยังเกี่ยวรั้งคาบ่ากว้าง ผิวเนื้อเนียนขาวขึ้นรอยช้ำเป็นหลายจ้ำ หาก ที่แย่ยิ่งกว่ากลับเป็นร่างกายของแฝดคนพี่
รอยจิก ขบ กัด ทั้งช้ำและได้เลือด ลากยาวตั้งแต่แผ่นหลัง บั้นเอวหนา ลำตัวด้านหน้า แขน ไหล่ บ่า จนถึงข้างลำคอก็ไม่เว้น และเมื่อแฝดน้องได้สติ อีกฝ่ายเลยหลุดสะอื้นออกมาเต็มเสียง จนคนพี่ต้องรีบกอดกระชับร่างบางกว่าเอาไว้ พลางเอ่ยถ้อยคำซ้ำซาก...ไม่เป็นไร
"ไม่เป็นไร ยงกุก พี่ไม่เจ็บ...เด็กดี อย่าร้องไห้สิครับ กุก...นัมไม่เป็นไร ไม่เจ็บเลย โอ๋ๆ"
"ฮืออออ เจ็บสิ! นัมเจ็บ! ฮึก...ขะ ขอโทษ กุกขะ...ฮึก! ขอโทษ...ฮยอง ยงนัมฮยอง ฮืออออ ขอโทษ"
ยิ่งเห็นอีกฝ่ายเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น พลางเงื้อมือตบตีใบหน้าที่เหมือนกันกับตัวเอง ยงนัมเลยไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้
เป็นแบบนี้อีกแล้ว
ไม่เอาแล้วได้ไหม
"อย่าสิ ฮึก! กุก...เด็กไม่ดี ทำร้ายคนที่พี่รักทำไม? ยงกุกทำพี่ทำไม...ฮึก! ไม่รักพี่ใช่ไหม บังยงกุก"
"มะ ไม่! ฮึก...เปล่านะ รักสิ! กุกรักยงนัมฮยองสิ! ฮืออออ ขอโทษ...ยงนัม ฮึก! ฮยอง กุกขอโทษ" พอเห็นคนพี่น้ำตาไหลพรากๆ แถมยังทำแววตาเจ็บปวด ตัดพ้อ
คนน้องที่เริ่มได้สติอีกครั้ง เลยรีบกอดรั้งร่างแกร่ง แล้วเลยต้องเป็นฝ่ายลูบหัว ลูบหลัง ปลอบใจคนโตกว่า...ซะงั้น!!
มานึกดูแล้ว ช่วงปีแรกๆ ที่พวกเขารักกัน มันช่างแสนสาหัสแค่ไหน?
ทุกครั้งที่ทำรัก ช่วงระหว่างและหลังทำ...ยงกุกแทบไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ทั้งเขาและยงนัมต่างก็ต้องเจ็บตัวด้วยวาระอันแตกต่างกันไป
ยงนัมเจ็บตัวเพราะถูกยงกุกระบายอารมณ์ใส่อย่างไม่บันยะบันยัง
ส่วนยงกุกก็เจ็บตัวเพราะตัวเองนั่นล่ะ บังคับให้ยงนัมเหลืออด ต้องจัดหนัก
ทั้งที่ตลอดมาใครๆ ก็รู้ว่ายงนัมโคตรรักแฝดน้อง ทั้งคอยหวง คอยปกป้อง ตามใจ เอาใจ จนแทบจะเรียกได้ว่าทะนุถนอมกันเกินไปด้วยซ้ำ!!
เพราะงั้น ทุกครั้งที่ยงกุกต้องเจ็บตัว ไม่ว่าจะเพราะตัวเขาหรือตัวเอง ยงนัมก็ต้องรู้สึกทั้งเจ็บใจ แค้นใจ และปวดใจยิ่งกว่าใครหน้าไหนทั้งนั้น...
จนกระทั่ง วันที่เด็กผู้ชายชื่อคิมฮิมชานก้าวเข้ามาในชีวิตของพี่น้องสองแฝด
ทางเลือกอันแสนแปลกประหลาดซึ่งฮิมชานเป็นฝ่ายเสนอแนะ หยิบยื่น จนถึงขั้นบังคับ แรกๆ ก็ทำเอาทั้งนัมและกุกเกือบๆ จะคลั่ง หาก ท้ายที่สุด...ฮิมชานกลับเป็นฝ่ายถูก
ทั้งเด็กหนุ่มยังช่วยให้สองแฝดพี่น้องไม่ต้องเจ็บตัวอย่างที่เคยเป็น
ไม่รู้เมื่อไหร่ ที่ยงนัมกับยงกุกนับเอาฮิมชานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตรักอันเร้นลับ ดำมืด ต่างเสพติดซึ่งกันและกันอย่างไม่มีใครจะโงหัวขึ้น
ยงกุกตอบไม่ได้ว่ารักใครมากกว่าระหว่างยงนัมกับฮิมชาน
เช่นเดียวกับอีกสองคนที่เหลือ
แม้แฝดพี่กับคนอายุน้อยกว่าจะชอบจิกกัด ตบตี จนถึงขั้นต่อยเตะกันบ้างตามประสา...อ่าาาา ประสาอะไรก็ช่าง! แต่พวกเขาสามคนก็ยังรักกันเหนียวแน่น และไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนเข้าแทรกแซง
ใช่!! ยงกุกเคยคิดและมั่นใจเอาไว้แบบนั้น
ตราบกระทั่ง วันที่ผู้หญิงอีกคนก้าวเข้ามาในชีวิตพี่ชาย
"ยงกุก คนนี้นี่เองฝาแฝดของยงนัม สวัสดีจ้ะ ฉันชื่อ...เป็นแฟนกับยงนัม แฝดพี่ของยงกุกนะ"
ทำไมต้องย้ำ??
แฟนของยงนัม
แฟนของแฝดพี่
แฝดพี่ของแฝดน้อง
ยงนัมของยงกุก
เออ! กูรู้แล้ว เข้าใจแล้ว!!
"...สารเลว ฮึก! กูเกลียดมึง บังยงนัม ไอ้เหี้ยยงนัม!! กูเกลียดมึง เกลียดมึง เกลียดมึง...ไอ้เหี้ยนัม!! ฮืออออ"
Chapter 1
หลายปีต่อมา สถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ตวง B.A.P
"นัมอาาา ไม่เข้าไปจริงๆ เหรอ? บางที ยงกุกมันอาจจะอยากเจอหน้าแกมากกว่าพวกฉันด้วยซ้ำนะ" เสียงใสๆ ของ ยงอา พี่สาวอีกคนแห่งตระกูล บัง เอ่ยพลางทำท่าจะลากน้องชายคนรองเล็กให้เดินตามกันไป
ทว่า... "ไม่ล่ะ ยงอา พี่กับ ยงชาน ฮยองเข้าไปกันเถอะ"
เอ่ยปฏิเสธเพียงสั้นๆ แล้วคนตัวสูงหนาที่สุดในบ้านก็ทำท่าจะหันหลังกลับซะดื้อๆ ถ้าไม่ติดว่า...ท่อนแขนแข็งแกร่งจะถูกรั้งกึ่งดึงเอาไว้ซะก่อน
"ยงนัม อย่างี่เง่า! ถ้ามึงไม่เข้าก็ไม่ต้องเข้ากันหมดนี่ล่ะ" คำพูดขรึมดุจากพี่ชายคนโต ทำเอาเด็กหนุ่มผมดำต้องถอนหายใจยาวเหยียด
และเมื่อตาเรียวคมสบเข้ากับสีหน้าเว้าวอนของพี่สาวคนสวย เด็กหนุ่มวัย 20 กว่าจึงจำพยักหน้าอย่างไม่อาจขัดใจพี่ๆ ของตนได้
"ก็แค่นั้น...พวกมึงนี่! แต่ก่อนเห็นรักกันจะเป็นจะตาย ทีงี้มาทำงอนง๊องแง๊ง เห็นแล้วน่าเตะชิบหาย"
และเพื่อเป็นการกันไม่ให้น้องชายกลับคำ พี่โตยงชานเลยเอาแขนเกี่ยวคอไอ้เด็กตัวเกือบล่ำเอาไว้ ก่อนจะสาวเท้าตามการนำของสต๊าฟท์คนหนึ่งไปยังด้านหลังเวที
ท่ามกลางสรรพเสียงแห่งความวุ่นวาย...โลก ที่บังยงนัมไม่ค่อยคุ้นนัก
ทั้งพี่ชายพี่สาวไม่มีใครทันสังเกต เอะใจ ว่าเสี้ยวหน้าคมคายที่หรุบต่ำลงนั้น เจือด้วยอารมณ์รุ่มร้อน กระวนกระวายแค่ไหน
กระทั่ง รู้สึกตัวอีกที ทั้งร่างก็ถูกผลักไปข้างหน้า ก่อนจะชนเข้ากับใครบางคนที่ตัวบางกว่ามาก และเพราะปฏิกิริยาอัตโนมัติทำให้ยงนัมเผลอเกี่ยวแขนรั้งบั้นเอวสอบ พลางก้มหน้าลงสบ กับ...เสี้ยวหน้า
อันแทบไม่ผิดเพี้ยนไปจากใบหน้าของตน
"...กุก...ยงกุก"
"...สวัสดี บังยงนัม" ยินเสียงทุ้มพึมพำกลับ ก่อนร่างโปร่งสูงที่ไม่ว่าจะดูยังไงก็ผอมลงไปมาก จะค่อยยันตัวเองออกจากอ้อมแขน พี่ชายฝาแฝด แล้วเดินเลยผ่านหน้าเขาไปอย่างไม่ให้ความใส่ใจใดๆ ทั้งสิ้น!!
เจ็บ โคตรเจ็บ
เจ็บชิบหาย
"ยงอานูน่า ยงชานฮยอง จะมาก็ไม่บอกผมก่อนเลยนะ" และคนที่ทำให้ยงนัมได้แต่ยืนนิ่งอึ้งเหมือนคนโง่ ตอนนี้กลับฉีกยิ้มเริงร่า พลางเข้าไปสวมกอดพี่ชายพี่สาวด้วยความคิดถึง
แล้วกูล่ะ??
คำถามที่วาบเข้ามาในใจยิ่งเร่งให้ความเจ็บหนึบโถมทวี กระทั่ง ร่างแกร่งสูงทำท่าจะผละจากไปซะดื้อๆ แต่แล้ว ตาคู่เรียวที่แทบไม่ผิดเพี้ยนจากเขาก็เงยขึ้นสบ
จากนั้น... "ไหนล่ะ? ว่าที่พี่สะใภ้ ไม่เห็นเอามาโชว์ตัวเลยนะ บังยงนัม"
อีกแล้ว! เรียกชื่อเขาแบบนั้น ไม่คิดบ้างรึไงว่าใจคนฟังแม่ง...จะไม่ไหว!!
"ย่าห์ๆ เอาน่า ไอ้กุก มึงแม่งก็ขี้งอนเป็นเด็กๆ ไปได้ ดูหน้าไอ้ยงนัมดิ แม่งจะร้องไห้อยู่แล้วมั้งน่ะ ฮ่าๆๆ ว่าแต่มึงเหอะ มาดามคิมฮิมชาน คนสวยไปไหนซะล่ะ? เอ๊ะ! หรือกูจะต้องถามหาไอ้เด็ก มักเน่ ตัวโย่งๆ ที่ชื่อ ชเวจุนฮง ดี?"
ถ้อยความล้อเลียนจากพี่ชายคนโต ยังผลให้สองแฝดตระกูลบังยงเผลอเหลือบสบตาอย่างไม่ได้นัดหมาย ก่อนจะเป็นยงนัมผู้ทำเสียง หึ! หนักๆ ในลำคอ พลางเบือนหน้าหนีไปอีกด้านด้วยความรู้สึก...หงุดหงิด
"ฮยองต้องถามหาทั้งวงแล้วล่ะ เพราะทั้ง จองแดฮยอน ยูยองแจ แล้วก็ มุนจงออบ ทุกคน ตกเป็นเมียผม หมดแล้วทั้ง...โอ๊ยยยย!! ยงอานูน่า ล้อเล่นน่า! ผมเจ็บนะ!"
ล้อเล่นงั้นเหรอ??
แม่งจริงทั้งหมดล่ะสิไม่ว่า...เหี้ยเอ๊ย!!
อารมณ์กรุ่นลึกที่ปะทุอยู่ในอก ทำให้ใบหน้าคมคายขมวดตึง บึ้งหนัก กระทั่ง มีใครคนหนึ่งเขย่งตัวขึ้นท้าวแขนกับบ่ากว้าง และเมื่อหันมองก็เห็นใบหน้าคมหวานเกินเด็กหนุ่มทั่วไปส่งยิ้มยียวนมาให้
"ไง? ยงนัมฮยอง จะคลั่งตายแล้วเหรอ...แต่ก็นะ! สมน้ำหน้า เสือกอยากโง่ไปเอาผู้หญิงดีๆ ทำไม? คราวนี้มึงหนีไม่รอดแน่ๆ ล่ะ แฝดนัม"
"...สัด! หุบปากไปเลย คิมฮิมชาน ถึงจะเป็นมึงกูก็ต่อยปากแตกได้!" เพราะเห็นพี่ชาย พี่สาว และแฝดน้องยังง่วนอยู่กับการหยอกล้อ พูดคุย
ยงนัมกับฮิมชาน สองซี้กึ่งคู่กัดมาตั้งกะชาติปางก่อน จึงยังสามารถกระซิบถ้อยคำหยาบคายใส่กันและกัน อย่างไม่มีฝ่ายไหนอยากยอมแพ้!!
"กูพูดเรื่องจริงนี่! เคยเตือนแล้วใช่ไหมเรื่องสันดานฟันไม่เลี้ยงของมึงน่ะ แล้วไง? พอไม่ฟังจนต้องรับผิดชอบ เอาเค้ามาเป็นแฟน แล้วจะทำให้น้องชายสุดที่รักโกรธจนตัดพี่ตัดน้องตัด...ผัว แต่นั่นมันก็กรรมของมึงเองไง"
"ไอ้เหี้ย! กูบอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ ที่ผ่านมาแม่งไม่เคยมีปัญหานี่หว่า แล้วถึงยังไง...กูก็รักแต่ยงกุกคนเดียว มึงนั่นล่ะ! คิดจะเก็บเมียกูไปเป็นผัวตัวเองคนเดียวสิท่า ถึงไม่ยอมออกมาช่วยเคลียร์ปัญหาเหี้ยๆ นี่!"
สิ้นถ้อยความโกรธเกรี้ยวอย่างเหลืออด คนฟังที่อดรนทนไม่ไหวพอกัน เลยซัดหมัดเปรี้ยงเสยปากหมาๆ ของอีกฝ่ายเข้าให้!!
และนั่น...ทำเอาทุกสรรพเสียงในห้องต่างพากันหยุดชะงัก พร้อมกับทุกสายตาซึ่งหันมองเหตุการณ์วิวาทตรงหน้า ด้วยความตื่นตะลึง!!!
"Shitt! พวกมึงทำเหี้ยอะไรกันเนี่ย!" พร้อมเสียงปรามหนักๆ อันถูกกดต่ำให้ได้ยินเพียงสองคู่กรณี ร่างโปร่งสูงของยงกุกเลยเข้าแทรกกลางระหว่างแฝดพี่กับน้องในวง
และโดยเจ้าตัวก็คงไม่ทันรู้...ว่าปลายนิ้วซ้ายกำลังเกี่ยวรั้งข้อนิ้วฮิมชาน หาก มือข้างขวากลับกอบกุมมือพี่ชายฝาแฝดไว้
หาก สำหรับยงนัมกับฮิมชานแล้ว กิริยา อาการของคนตรงกลางทำให้ทั้งสองหนุ่มต้องเหลือบสบตา ก่อนจะเป็นยงนัมผู้ถอนหายใจยาวพลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสงบเรียบ
"แค่เล่นกันแรงไปหน่อย...ขอโทษ ฮิมชาน"
"...อื้อออ ผมก็เหมือนกัน ขอโทษด้วย ยงนัมฮยอง"
พอเห็นท่าทางคู่กรณีค่อยกลับคืนสู่อารมณ์ปกติ ใบหน้าเครียดเข้มจึงผ่อนคลายลง แต่แล้ว แรงกระชับหนักๆ ที่มือข้างขวากลับทำให้เด็กหนุ่มต้องขมวดคิ้ว แล้วหันมองลงต่ำ จากนั้น...
"Damn!!" พร้อมเสียงสบถอย่างหลงลืมตัว ใบหน้าคมคายเลยปาดริ้วแดงก่ำ ก่อนมือข้างนั้นจะถูกกระชากกลับอย่างไม่ปราณีปราศัย
"...หึ!" ลับหลังน้องชายผู้เดินทำหน้าโกรธเกรี้ยวราวกับจะฆ่าคนได้ ใบหน้าเข้มขรึมจึงจุดยิ้มกว้่าง ทั้งจังหวะการเต้นของหัวใจก็ดูจะไม่หนักหนา จนทำให้เจ็บหน่วงไปทั้งอกอีกแล้ว
"ทีงี้ล่ะ ยิ้มเป็นหมาหน้าโง่เชียวนะ เชอะ! เจ็บมากไหมล่ะนั่น...เรื่องบอส ใช่ว่ากูไม่ช่วยเหี้ยอะไร มึงน่ะ ปากโคตรหมา! วันหลังถ้ายังเป็นอย่างงี้ไม่ต้องเสือกมาคุยกับกูอีกนะ"
สิ้นคำพูดที่ยังแฝงความแค้นไม่หาย ยงนัมจึงเพิ่งนึกได้ว่าเมื่อครู่ตัวเองงี่เง่า สร้างเรื่องอะไรไว้ หาก พอจะเอ่ยขอโทษอีกรอบ คนหน้าสวยเกินชายกลับโบกมือปัดๆ แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ
"ช่างเถอะน่า! ก็ยังดีที่มึงไม่พาผู้หญิงคนนั้นมาด้วย...หลังคอนเสิร์ต กู บอส กับพวกเด็กๆ B.A.P จะไปเลี้ยงฉลองกันที่ร้านส่วนตัว ถ้ามึงยังอยากให้กุกฮยองเป็นเมียมึง และแน่นอน ผัวกูด้วย! ก็ช่วยเอาหน้าโง่ๆ ไปเสนอหน้าที่นั่นด้วยล่ะ"
"คำก็โง่ สองคำก็โง่! มึงด่ากูไม่ว่า...แต่อย่าลามถึงแฝดน้องกูได้มั้ย มาดามฮิม!" ถ้อยความตอกกลับจากคนโตกว่า คราวนี้ เจือเสียงหัวเราะน้อยๆ อย่างขบขัน กระทั่ง คนฟังยังต้องเผลอหัวเราะตามอีกเสียง
"เออ! นั่นสินะ...กูก็ลืมไปเลยว่าพวกมึงสองคนแม่งเป็น ฝาแฝด กัน"
หลังคอนเสิร์ตเลิกรา
"บอสสสส ไปร้านกันเลยเถอะ อยากกินเหล้าแล้ว อยากเมาหัวทิ่มแล้วววว"
เสียงร้องอย่างเริงร่าของมาดามฮิมชาน ยังผลให้คนที่เอาแต่ชะเง้อแง้หาอะไร...หรือใครบางคน ถึงกับสะดุ้งเฮือก ก่อนเจ้าตัวจะทำเป็นยิ้มให้กับท่าทางลั้นลา เบิกบานสุดขีด
ทั้งที่ในอกซ้ายมันกำลัง...หนึบ หน่วง
อะไรวะ แม่ง!!!
คนอุตส่าห์กลั้นใจเต้นยั่ว โยกเอวสะบัดขนาดนั้น
แต่ไอ้แฝดพี่ควายๆ แม่งกลับโง่ ไม่ยอมแม้แต่จะอยู่รอ...อยู่ง้อ
สัด!! Fuck BangNum เหอะ!!!
ใช่สิ! กูมันไม่ใช่ผู้หญิงเอวบาง ร่างน้อย หน้าสวยหวานใส...
...กูมันก็แค่ แฝดน้องวิปริต ไม่ใช่ พี่สะใภ้ปกติของมึง คนนั้น
ยิ่งคิด น้ำตาที่อุตส่าห์เก็บกลั้นได้ตั้งนานเลยยิ่งรินไหล ให้ร่างโปร่งสูงที่ตอนนี้ย้ายตัวเองมานั่งในรถตู้ พิงข้างกระจก ต้องดึงขอบหมวกถุงสีเข้มปิดบังดวงตาไว้
"กุกฮยอง เป็นอะไรรึเปล่า?" พร้อมเสียงกระซิบอย่างห่วงใย มือนุ่มๆ ของคนนั่งข้างกายเลยเอื้อมกระชับปลายนิ้วเรียวสวย
หาก ก็ไม่มีเสียงตอบกลับจากหัวหน้าวง นอกจากแรงบีบน้อยๆ ที่ส่งคืนมาเพียงครั้งเดียว
เวลาต่อมา ร้าน XXX
"ย่าห์ๆ ยงกุกฮยอง กระดกมากไปแล้วมั้ง เดี๋ยวก็เมาตายห่าหรอกครับ"
เห็นท่าทางการดื่มเหล้าอย่างดุเดือดของพี่โตหัวหน้าวง เล่นเอายองแจผู้ไม่ยอมแตะแอลกอฮอล์แม้สักแก้ว ต้องพยายามเอ่ยปรามอีกฝ่ายด้วยความสยองแทน
ทว่า นอกจากคำเตือนของเขาจะไม่ได้ผล ทั้งมาดามฮิมฮยอง และไอ้เด็กดำซ่าส์แดฮยอน พวกมันยังพร้อมใจกันส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด เฮฮา แถมด้วยการช่วยกรอกเหล้าเข้าปากบอสบังเป็นการใหญ่...ซะอย่างงั้น!!
"โว้ย! งั้นผมไม่รู้ด้วยแล้วนะ อะไรก็ไม่รู้...ฮึ้ยยยย หิวๆๆ จงออบ เจโล่ เราไปหาอะไรกินตามประสาเด็กๆ กันเหอะ"
และเมื่อพ้นตัวมาร เอ้ย! เด็กน้อยแสนดีทั้งสามคน มาดามฮิมชานเลยปล่อยบอสผู้ช้ำรักไว้กับเด็กดำตัวซ่าส์ ก่อนจะแอบออกไปโทรหาคนสำคัญอีกคนของบอส
"ฮัลโหล มาได้ยังวะ ยงนัม...อ้าว! อยู่ที่ร้านแล้วเหรอ? งั้นเอาไงอ้ะ? จะเข้ามาตรงนี้หรือให้เอาบอสขึ้นห้องชั้นบน...เออๆ โอเคๆ งั้นเดี๋ยวกูหาทางเอาบอสไปส่งให้ อย่าหนักมือมากนักล่ะมึง...ไม่อ้ะ! วันนี้ไม่แจม มึงเคลียร์กับบอสให้เข้าใจเลยนะ...เออๆ แค่นี้ล่ะ"
หลายปีต่อมา สถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ตวง B.A.P
"นัมอาาา ไม่เข้าไปจริงๆ เหรอ? บางที ยงกุกมันอาจจะอยากเจอหน้าแกมากกว่าพวกฉันด้วยซ้ำนะ" เสียงใสๆ ของ ยงอา พี่สาวอีกคนแห่งตระกูล บัง เอ่ยพลางทำท่าจะลากน้องชายคนรองเล็กให้เดินตามกันไป
ทว่า... "ไม่ล่ะ ยงอา พี่กับ ยงชาน ฮยองเข้าไปกันเถอะ"
เอ่ยปฏิเสธเพียงสั้นๆ แล้วคนตัวสูงหนาที่สุดในบ้านก็ทำท่าจะหันหลังกลับซะดื้อๆ ถ้าไม่ติดว่า...ท่อนแขนแข็งแกร่งจะถูกรั้งกึ่งดึงเอาไว้ซะก่อน
"ยงนัม อย่างี่เง่า! ถ้ามึงไม่เข้าก็ไม่ต้องเข้ากันหมดนี่ล่ะ" คำพูดขรึมดุจากพี่ชายคนโต ทำเอาเด็กหนุ่มผมดำต้องถอนหายใจยาวเหยียด
และเมื่อตาเรียวคมสบเข้ากับสีหน้าเว้าวอนของพี่สาวคนสวย เด็กหนุ่มวัย 20 กว่าจึงจำพยักหน้าอย่างไม่อาจขัดใจพี่ๆ ของตนได้
"ก็แค่นั้น...พวกมึงนี่! แต่ก่อนเห็นรักกันจะเป็นจะตาย ทีงี้มาทำงอนง๊องแง๊ง เห็นแล้วน่าเตะชิบหาย"
และเพื่อเป็นการกันไม่ให้น้องชายกลับคำ พี่โตยงชานเลยเอาแขนเกี่ยวคอไอ้เด็กตัวเกือบล่ำเอาไว้ ก่อนจะสาวเท้าตามการนำของสต๊าฟท์คนหนึ่งไปยังด้านหลังเวที
ท่ามกลางสรรพเสียงแห่งความวุ่นวาย...โลก ที่บังยงนัมไม่ค่อยคุ้นนัก
ทั้งพี่ชายพี่สาวไม่มีใครทันสังเกต เอะใจ ว่าเสี้ยวหน้าคมคายที่หรุบต่ำลงนั้น เจือด้วยอารมณ์รุ่มร้อน กระวนกระวายแค่ไหน
กระทั่ง รู้สึกตัวอีกที ทั้งร่างก็ถูกผลักไปข้างหน้า ก่อนจะชนเข้ากับใครบางคนที่ตัวบางกว่ามาก และเพราะปฏิกิริยาอัตโนมัติทำให้ยงนัมเผลอเกี่ยวแขนรั้งบั้นเอวสอบ พลางก้มหน้าลงสบ กับ...เสี้ยวหน้า
อันแทบไม่ผิดเพี้ยนไปจากใบหน้าของตน
"...กุก...ยงกุก"
"...สวัสดี บังยงนัม" ยินเสียงทุ้มพึมพำกลับ ก่อนร่างโปร่งสูงที่ไม่ว่าจะดูยังไงก็ผอมลงไปมาก จะค่อยยันตัวเองออกจากอ้อมแขน พี่ชายฝาแฝด แล้วเดินเลยผ่านหน้าเขาไปอย่างไม่ให้ความใส่ใจใดๆ ทั้งสิ้น!!
เจ็บ โคตรเจ็บ
เจ็บชิบหาย
"ยงอานูน่า ยงชานฮยอง จะมาก็ไม่บอกผมก่อนเลยนะ" และคนที่ทำให้ยงนัมได้แต่ยืนนิ่งอึ้งเหมือนคนโง่ ตอนนี้กลับฉีกยิ้มเริงร่า พลางเข้าไปสวมกอดพี่ชายพี่สาวด้วยความคิดถึง
แล้วกูล่ะ??
คำถามที่วาบเข้ามาในใจยิ่งเร่งให้ความเจ็บหนึบโถมทวี กระทั่ง ร่างแกร่งสูงทำท่าจะผละจากไปซะดื้อๆ แต่แล้ว ตาคู่เรียวที่แทบไม่ผิดเพี้ยนจากเขาก็เงยขึ้นสบ
จากนั้น... "ไหนล่ะ? ว่าที่พี่สะใภ้ ไม่เห็นเอามาโชว์ตัวเลยนะ บังยงนัม"
อีกแล้ว! เรียกชื่อเขาแบบนั้น ไม่คิดบ้างรึไงว่าใจคนฟังแม่ง...จะไม่ไหว!!
"ย่าห์ๆ เอาน่า ไอ้กุก มึงแม่งก็ขี้งอนเป็นเด็กๆ ไปได้ ดูหน้าไอ้ยงนัมดิ แม่งจะร้องไห้อยู่แล้วมั้งน่ะ ฮ่าๆๆ ว่าแต่มึงเหอะ มาดามคิมฮิมชาน คนสวยไปไหนซะล่ะ? เอ๊ะ! หรือกูจะต้องถามหาไอ้เด็ก มักเน่ ตัวโย่งๆ ที่ชื่อ ชเวจุนฮง ดี?"
ถ้อยความล้อเลียนจากพี่ชายคนโต ยังผลให้สองแฝดตระกูลบังยงเผลอเหลือบสบตาอย่างไม่ได้นัดหมาย ก่อนจะเป็นยงนัมผู้ทำเสียง หึ! หนักๆ ในลำคอ พลางเบือนหน้าหนีไปอีกด้านด้วยความรู้สึก...หงุดหงิด
"ฮยองต้องถามหาทั้งวงแล้วล่ะ เพราะทั้ง จองแดฮยอน ยูยองแจ แล้วก็ มุนจงออบ ทุกคน ตกเป็นเมียผม หมดแล้วทั้ง...โอ๊ยยยย!! ยงอานูน่า ล้อเล่นน่า! ผมเจ็บนะ!"
ล้อเล่นงั้นเหรอ??
แม่งจริงทั้งหมดล่ะสิไม่ว่า...เหี้ยเอ๊ย!!
อารมณ์กรุ่นลึกที่ปะทุอยู่ในอก ทำให้ใบหน้าคมคายขมวดตึง บึ้งหนัก กระทั่ง มีใครคนหนึ่งเขย่งตัวขึ้นท้าวแขนกับบ่ากว้าง และเมื่อหันมองก็เห็นใบหน้าคมหวานเกินเด็กหนุ่มทั่วไปส่งยิ้มยียวนมาให้
"ไง? ยงนัมฮยอง จะคลั่งตายแล้วเหรอ...แต่ก็นะ! สมน้ำหน้า เสือกอยากโง่ไปเอาผู้หญิงดีๆ ทำไม? คราวนี้มึงหนีไม่รอดแน่ๆ ล่ะ แฝดนัม"
"...สัด! หุบปากไปเลย คิมฮิมชาน ถึงจะเป็นมึงกูก็ต่อยปากแตกได้!" เพราะเห็นพี่ชาย พี่สาว และแฝดน้องยังง่วนอยู่กับการหยอกล้อ พูดคุย
ยงนัมกับฮิมชาน สองซี้กึ่งคู่กัดมาตั้งกะชาติปางก่อน จึงยังสามารถกระซิบถ้อยคำหยาบคายใส่กันและกัน อย่างไม่มีฝ่ายไหนอยากยอมแพ้!!
"กูพูดเรื่องจริงนี่! เคยเตือนแล้วใช่ไหมเรื่องสันดานฟันไม่เลี้ยงของมึงน่ะ แล้วไง? พอไม่ฟังจนต้องรับผิดชอบ เอาเค้ามาเป็นแฟน แล้วจะทำให้น้องชายสุดที่รักโกรธจนตัดพี่ตัดน้องตัด...ผัว แต่นั่นมันก็กรรมของมึงเองไง"
"ไอ้เหี้ย! กูบอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ ที่ผ่านมาแม่งไม่เคยมีปัญหานี่หว่า แล้วถึงยังไง...กูก็รักแต่ยงกุกคนเดียว มึงนั่นล่ะ! คิดจะเก็บเมียกูไปเป็นผัวตัวเองคนเดียวสิท่า ถึงไม่ยอมออกมาช่วยเคลียร์ปัญหาเหี้ยๆ นี่!"
สิ้นถ้อยความโกรธเกรี้ยวอย่างเหลืออด คนฟังที่อดรนทนไม่ไหวพอกัน เลยซัดหมัดเปรี้ยงเสยปากหมาๆ ของอีกฝ่ายเข้าให้!!
และนั่น...ทำเอาทุกสรรพเสียงในห้องต่างพากันหยุดชะงัก พร้อมกับทุกสายตาซึ่งหันมองเหตุการณ์วิวาทตรงหน้า ด้วยความตื่นตะลึง!!!
"Shitt! พวกมึงทำเหี้ยอะไรกันเนี่ย!" พร้อมเสียงปรามหนักๆ อันถูกกดต่ำให้ได้ยินเพียงสองคู่กรณี ร่างโปร่งสูงของยงกุกเลยเข้าแทรกกลางระหว่างแฝดพี่กับน้องในวง
และโดยเจ้าตัวก็คงไม่ทันรู้...ว่าปลายนิ้วซ้ายกำลังเกี่ยวรั้งข้อนิ้วฮิมชาน หาก มือข้างขวากลับกอบกุมมือพี่ชายฝาแฝดไว้
หาก สำหรับยงนัมกับฮิมชานแล้ว กิริยา อาการของคนตรงกลางทำให้ทั้งสองหนุ่มต้องเหลือบสบตา ก่อนจะเป็นยงนัมผู้ถอนหายใจยาวพลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสงบเรียบ
"แค่เล่นกันแรงไปหน่อย...ขอโทษ ฮิมชาน"
"...อื้อออ ผมก็เหมือนกัน ขอโทษด้วย ยงนัมฮยอง"
พอเห็นท่าทางคู่กรณีค่อยกลับคืนสู่อารมณ์ปกติ ใบหน้าเครียดเข้มจึงผ่อนคลายลง แต่แล้ว แรงกระชับหนักๆ ที่มือข้างขวากลับทำให้เด็กหนุ่มต้องขมวดคิ้ว แล้วหันมองลงต่ำ จากนั้น...
"Damn!!" พร้อมเสียงสบถอย่างหลงลืมตัว ใบหน้าคมคายเลยปาดริ้วแดงก่ำ ก่อนมือข้างนั้นจะถูกกระชากกลับอย่างไม่ปราณีปราศัย
"...หึ!" ลับหลังน้องชายผู้เดินทำหน้าโกรธเกรี้ยวราวกับจะฆ่าคนได้ ใบหน้าเข้มขรึมจึงจุดยิ้มกว้่าง ทั้งจังหวะการเต้นของหัวใจก็ดูจะไม่หนักหนา จนทำให้เจ็บหน่วงไปทั้งอกอีกแล้ว
"ทีงี้ล่ะ ยิ้มเป็นหมาหน้าโง่เชียวนะ เชอะ! เจ็บมากไหมล่ะนั่น...เรื่องบอส ใช่ว่ากูไม่ช่วยเหี้ยอะไร มึงน่ะ ปากโคตรหมา! วันหลังถ้ายังเป็นอย่างงี้ไม่ต้องเสือกมาคุยกับกูอีกนะ"
สิ้นคำพูดที่ยังแฝงความแค้นไม่หาย ยงนัมจึงเพิ่งนึกได้ว่าเมื่อครู่ตัวเองงี่เง่า สร้างเรื่องอะไรไว้ หาก พอจะเอ่ยขอโทษอีกรอบ คนหน้าสวยเกินชายกลับโบกมือปัดๆ แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ
"ช่างเถอะน่า! ก็ยังดีที่มึงไม่พาผู้หญิงคนนั้นมาด้วย...หลังคอนเสิร์ต กู บอส กับพวกเด็กๆ B.A.P จะไปเลี้ยงฉลองกันที่ร้านส่วนตัว ถ้ามึงยังอยากให้กุกฮยองเป็นเมียมึง และแน่นอน ผัวกูด้วย! ก็ช่วยเอาหน้าโง่ๆ ไปเสนอหน้าที่นั่นด้วยล่ะ"
"คำก็โง่ สองคำก็โง่! มึงด่ากูไม่ว่า...แต่อย่าลามถึงแฝดน้องกูได้มั้ย มาดามฮิม!" ถ้อยความตอกกลับจากคนโตกว่า คราวนี้ เจือเสียงหัวเราะน้อยๆ อย่างขบขัน กระทั่ง คนฟังยังต้องเผลอหัวเราะตามอีกเสียง
"เออ! นั่นสินะ...กูก็ลืมไปเลยว่าพวกมึงสองคนแม่งเป็น ฝาแฝด กัน"
หลังคอนเสิร์ตเลิกรา
"บอสสสส ไปร้านกันเลยเถอะ อยากกินเหล้าแล้ว อยากเมาหัวทิ่มแล้วววว"
เสียงร้องอย่างเริงร่าของมาดามฮิมชาน ยังผลให้คนที่เอาแต่ชะเง้อแง้หาอะไร...หรือใครบางคน ถึงกับสะดุ้งเฮือก ก่อนเจ้าตัวจะทำเป็นยิ้มให้กับท่าทางลั้นลา เบิกบานสุดขีด
ทั้งที่ในอกซ้ายมันกำลัง...หนึบ หน่วง
อะไรวะ แม่ง!!!
คนอุตส่าห์กลั้นใจเต้นยั่ว โยกเอวสะบัดขนาดนั้น
แต่ไอ้แฝดพี่ควายๆ แม่งกลับโง่ ไม่ยอมแม้แต่จะอยู่รอ...อยู่ง้อ
สัด!! Fuck BangNum เหอะ!!!
ใช่สิ! กูมันไม่ใช่ผู้หญิงเอวบาง ร่างน้อย หน้าสวยหวานใส...
...กูมันก็แค่ แฝดน้องวิปริต ไม่ใช่ พี่สะใภ้ปกติของมึง คนนั้น
ยิ่งคิด น้ำตาที่อุตส่าห์เก็บกลั้นได้ตั้งนานเลยยิ่งรินไหล ให้ร่างโปร่งสูงที่ตอนนี้ย้ายตัวเองมานั่งในรถตู้ พิงข้างกระจก ต้องดึงขอบหมวกถุงสีเข้มปิดบังดวงตาไว้
"กุกฮยอง เป็นอะไรรึเปล่า?" พร้อมเสียงกระซิบอย่างห่วงใย มือนุ่มๆ ของคนนั่งข้างกายเลยเอื้อมกระชับปลายนิ้วเรียวสวย
หาก ก็ไม่มีเสียงตอบกลับจากหัวหน้าวง นอกจากแรงบีบน้อยๆ ที่ส่งคืนมาเพียงครั้งเดียว
เวลาต่อมา ร้าน XXX
"ย่าห์ๆ ยงกุกฮยอง กระดกมากไปแล้วมั้ง เดี๋ยวก็เมาตายห่าหรอกครับ"
เห็นท่าทางการดื่มเหล้าอย่างดุเดือดของพี่โตหัวหน้าวง เล่นเอายองแจผู้ไม่ยอมแตะแอลกอฮอล์แม้สักแก้ว ต้องพยายามเอ่ยปรามอีกฝ่ายด้วยความสยองแทน
ทว่า นอกจากคำเตือนของเขาจะไม่ได้ผล ทั้งมาดามฮิมฮยอง และไอ้เด็กดำซ่าส์แดฮยอน พวกมันยังพร้อมใจกันส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด เฮฮา แถมด้วยการช่วยกรอกเหล้าเข้าปากบอสบังเป็นการใหญ่...ซะอย่างงั้น!!
"โว้ย! งั้นผมไม่รู้ด้วยแล้วนะ อะไรก็ไม่รู้...ฮึ้ยยยย หิวๆๆ จงออบ เจโล่ เราไปหาอะไรกินตามประสาเด็กๆ กันเหอะ"
และเมื่อพ้นตัวมาร เอ้ย! เด็กน้อยแสนดีทั้งสามคน มาดามฮิมชานเลยปล่อยบอสผู้ช้ำรักไว้กับเด็กดำตัวซ่าส์ ก่อนจะแอบออกไปโทรหาคนสำคัญอีกคนของบอส
"ฮัลโหล มาได้ยังวะ ยงนัม...อ้าว! อยู่ที่ร้านแล้วเหรอ? งั้นเอาไงอ้ะ? จะเข้ามาตรงนี้หรือให้เอาบอสขึ้นห้องชั้นบน...เออๆ โอเคๆ งั้นเดี๋ยวกูหาทางเอาบอสไปส่งให้ อย่าหนักมือมากนักล่ะมึง...ไม่อ้ะ! วันนี้ไม่แจม มึงเคลียร์กับบอสให้เข้าใจเลยนะ...เออๆ แค่นี้ล่ะ"
Chapter 0
เจ็บ...เจ็บมาก
ทรมาน หายใจไม่ออก คลื่นความร้อนหมุนวนราวเกลียวคลื่นเชี่ยวกรากในช่องท้อง เม็ดเหงื่อใสผุดพรายข้างขมับ แว่วเสียงหอบหายใจหน่วงหนักอัดก้องอยู่ในหู
มองไม่เห็นอะไรเลย...เบลอ พร่า
"...ชะ ช่วย ฮึก...ฮยอง...ยงนัม...ฮึก...ช่วยดะ..." แรงโถมถาจากด้านหลังผลักดันทั้งความเจ็บ และซ่านกระสันต์ ให้ต้องเผลอครางเครือไม่ขาดเสียง
ปฏิเสธไม่ได้ว่าร่างกายกำลังสุขสมเจียนคลั่ง หาก หัวใจนั้นเล่า...ราญร้าว แหลกสลาย
"ฮือออ...นัม...ยง...ฮยอง...ฮ๊ะ...อึ๊กกกก" ร่ำร้อง เพรียกหา แต่กลับคว้าได้เพียงเงาเลือนจาง ก่อนเสียงหัวเราะหยาบคายยิ่งทวีเร่ง พร้อมจังหวะอันเหนี่ยวรั้ง กระชั้นถี่
ตราบจนร่างผอมบางกระตุกเกร็งพลางปลดปล่อยความอัดอั้นอย่างสุดกลั้น รับรู้ถึงหยาดน้ำขุ่นข้นที่พรูพรั่งจนเปรอะเลอะผนังกระจก และ...เงาที่สะท้อนอยู่ด้านหลัง
"...ยงกุก!!! มึง...น้องกู!!!"
ในที่สุดก็มา ถึงจะช้าจน...สายไปแล้ว
แต่ก็มา มาซะที
"...นัม ฮึก...ยงนัม..." หลังจากชื่อ พี่ชายฝาแฝด หลุดรอดจากเรียวปากแตกยับ สติ...ของคนเป็นพี่ ก็เหมือนจะขาดดับไปอย่างสิ้นเชิง
ไม่รู้ว่ากีต้าร์ในมือถูกฟาดลงแรงแค่ไหน หรือกลิ่นคาวเลือดอันคลุ้งกระจายนั้นเป็นของร่างใด ร่างกายที่แข็งแกร่งแตกต่างจากคนเป็นน้อง ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงโกรธแค้นมหาศาล ไม่มีความปราณี
ไม่มี...อะไรเลย
กระทั่ง... "พอแล้ว! ยงนัม...ไอ้นัม!! พวกแม่งจะตายห่ากันหมดแล้ว โธ่เว้ย! น้องมึงก็จะไม่ไหวแล้วนะ ไอ้นัม!!"
น้อง...น้องเหรอ
ยงกุก
ทันทีที่สติกลับคืนสู่การควบคุม ตาเรียวคมเลยตวัดกลับไปมุมห้อง
ก่อนหัวใจจะ...กระตุก รุนแรง...จนแทบขาด
"ฮ๊ะ...อื้ออออ อย่า...ปล่อย...ฮืออออ มะ ไม่ไหว ผม ฮึก! ปล่อย...ฮืออออ" ร่างผอมบอบบางที่ทั้งดิ้นรน กรีดร้อง เจือสะอื้น กำลังถูกเพื่อนของเขารวบรั้งเอาไว้สุดแรง เพราะเจ้าตัวทำท่าจะสำเร็จความใคร่ต่อหน้าทุกคน
ทั้งๆ ที่ผิวเนื้อขาวจัดยังเต็มไปด้วยรอยช้ำจ้ำเข้ม รวมถึงฟันคมที่ขบกัดจนหยาดเลือดซึมซิบ ไม่นับรวมช่องทางด้านหลังซึ่งเปรอะเลอะทั้งคราบขาวขุ่น และสีแดงฉานหยาดรินข้างพื้นหินอ่อนเนื้อดี
แทบบ้า
เรื่องต่ำช้าสารเลวมันเกิดขึ้นได้ยังไง???
"กุก...ยงกุก...ขอโทษ ฮึก...พี่ขอโทษ ยงกุก..." ไม่เคยเลย ไม่แม้สักครั้ง!!!
น้องชายฝาแฝดผู้เป็นทั้ง มักเน่ ประจำครอบครัว และกลุ่มเพื่อนของเขา ไม่มีสักครั้งที่พวกพี่ชายจะกล้าทำรุนแรงให้น้องต้องเจ็บ แม้บางคราจะเล่นกันหนักๆ ตามประสาผู้ชายวัยคะนอง แต่ก็ไม่มี...ไม่เคย ที่จะทำกันจนน้องร้องไห้ สะอึกสะอื้น
ยังจำได้ว่าความรัก ความเอ็นดูซึ่งพวกเขาทุกคนมีให้ยงกุก มันถึงขนาดว่าครั้งแรกๆ ที่แอบพากันไปมั่วสุม เสเพลตามประสาเด็กวัยรุ่นแตกเนื้อหนุ่ม แต่พอไอ้เด็กมักเน่ตามมาเจอและจับได้ พลางร่ำร้องจะขอเลียนแบบพฤติกรรมพี่ชายบ้าง
หลังจากทะเลาะกันจะเป็นจะตายเพราะความโคตรหวงน้องของยงนัม หาก ท้ายสุดแฝดพี่ก็ยอมให้แฝดน้องติดสอยห้อยตามไปทุกที่ โดยมีข้อแม้ว่าสิ่งเสเพลเดียวที่จะยอมให้ยงกุกทำได้ก็คือ...เรื่องบุหรี่
แค่นั้น!! เท่านั้น!!
เพราะยงกุกเป็นน้องเล็ก เด็กมักเน่ ถึงจะหน้าตาเหมือนกับยงนัมเกือบทุกประการ แต่ทั้งรูปร่าง ลักษณะนิสัย และอะไรหลายอย่างในตัวน้อง กลับแตกต่างจากคนพี่ชนิดฟ้ากับเหว
ไอ้ยงนัมเห็นเงียบๆ นิ่งๆ ติสท์ๆ แท้จริงแอบซ่อนไว้ด้วยความดิบ เถื่อนถ่อย สถุลสถุย แถมยังหยิ่ง ไว้ตัว และรักอิสระยิ่งกว่าใคร
แตกต่างจากยงกุกผู้เป็นเด็กใสๆ อ่านออกโคตรง่าย คิดอะไรก็ทำ ก็พูด และแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา จนเกือบถึงขั้นไร้เดียงสา ที่ำสำคัญ น้องมันโคตรน่ารัก จิตใจดี อ่อนโยน ขี้เกรงใจ แต่กลับแอบอ้อนพวกพี่ๆ อยู่บ่อยครั้ง
นั่น...ทำให้ยงกุกกลายเป็นน้องชายที่พี่ๆ ทุกคนทั้งรัก เอ็นดู ปกป้อง จนถึงขั้นหลงกันหัวปักหัวปำ
หาก ตอนนี้ วินาทีนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าพวกเขาทุกคน...มันคือเหี้ยอะไร???
"นัม...ไม่ไหว ฮือออ กุกไม่ไหว...ยงนัม นะ! ช่วยที ฮึก...ทำให้ที ฮือออ จะตาย ฮึก! แล้ว ยงนัม ฮือออ จะมะ ฮึก...ไหว..."
แม้แต่ตอนนี้ที่ร่างน้อยนั้นขาดสติ พลางเอ่ยถ้อยคำเว้าวอนพร้อมเบียดร่างขาวๆ เข้าหา อากัปกิริยาซึ่งคนอื่นอาจมองว่ายั่วยวน แต่ในสายตาของเขา...ยงกุกยังคงเป็นคนเดิม
เด็กน้อยใสซื่อ บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา ผู้ถูกพวกระยำต่ำหมาทำร้าย ทำลาย จนแทบแหลกสลายคามือ!!!
"...นัม!! ไอ้ยงนัม มึง...จะทำอะไรวะ!" ยินเพื่อนคนหนึ่งกระชากเสียงถามอย่างตื่นตระหนก
เพียงเพราะยงนัมคนพี่ก้มลงบดจูบเรียวปากช้ำยับของยงกุกคนน้อง และเมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งแววตาและถ้อยคำซึ่งแฝดพี่เอ่ยออกมา จึงพาให้คนฟังต่างรู้สึกจุกลึก เจ็บหนักในอก
"กูทำได้ทุกอย่าง!! ทุกอย่าง เพื่อยงกุก...กูไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่เหลือใคร...นอกจากน้อง ต่อให้ต้องลงนรก กูก็จะทำ!!!"
เจ็บ...เจ็บมาก
ทรมาน หายใจไม่ออก คลื่นความร้อนหมุนวนราวเกลียวคลื่นเชี่ยวกรากในช่องท้อง เม็ดเหงื่อใสผุดพรายข้างขมับ แว่วเสียงหอบหายใจหน่วงหนักอัดก้องอยู่ในหู
มองไม่เห็นอะไรเลย...เบลอ พร่า
"...ชะ ช่วย ฮึก...ฮยอง...ยงนัม...ฮึก...ช่วยดะ..." แรงโถมถาจากด้านหลังผลักดันทั้งความเจ็บ และซ่านกระสันต์ ให้ต้องเผลอครางเครือไม่ขาดเสียง
ปฏิเสธไม่ได้ว่าร่างกายกำลังสุขสมเจียนคลั่ง หาก หัวใจนั้นเล่า...ราญร้าว แหลกสลาย
"ฮือออ...นัม...ยง...ฮยอง...ฮ๊ะ...อึ๊กกกก" ร่ำร้อง เพรียกหา แต่กลับคว้าได้เพียงเงาเลือนจาง ก่อนเสียงหัวเราะหยาบคายยิ่งทวีเร่ง พร้อมจังหวะอันเหนี่ยวรั้ง กระชั้นถี่
ตราบจนร่างผอมบางกระตุกเกร็งพลางปลดปล่อยความอัดอั้นอย่างสุดกลั้น รับรู้ถึงหยาดน้ำขุ่นข้นที่พรูพรั่งจนเปรอะเลอะผนังกระจก และ...เงาที่สะท้อนอยู่ด้านหลัง
"...ยงกุก!!! มึง...น้องกู!!!"
ในที่สุดก็มา ถึงจะช้าจน...สายไปแล้ว
แต่ก็มา มาซะที
"...นัม ฮึก...ยงนัม..." หลังจากชื่อ พี่ชายฝาแฝด หลุดรอดจากเรียวปากแตกยับ สติ...ของคนเป็นพี่ ก็เหมือนจะขาดดับไปอย่างสิ้นเชิง
ไม่รู้ว่ากีต้าร์ในมือถูกฟาดลงแรงแค่ไหน หรือกลิ่นคาวเลือดอันคลุ้งกระจายนั้นเป็นของร่างใด ร่างกายที่แข็งแกร่งแตกต่างจากคนเป็นน้อง ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงโกรธแค้นมหาศาล ไม่มีความปราณี
ไม่มี...อะไรเลย
กระทั่ง... "พอแล้ว! ยงนัม...ไอ้นัม!! พวกแม่งจะตายห่ากันหมดแล้ว โธ่เว้ย! น้องมึงก็จะไม่ไหวแล้วนะ ไอ้นัม!!"
น้อง...น้องเหรอ
ยงกุก
ทันทีที่สติกลับคืนสู่การควบคุม ตาเรียวคมเลยตวัดกลับไปมุมห้อง
ก่อนหัวใจจะ...กระตุก รุนแรง...จนแทบขาด
"ฮ๊ะ...อื้ออออ อย่า...ปล่อย...ฮืออออ มะ ไม่ไหว ผม ฮึก! ปล่อย...ฮืออออ" ร่างผอมบอบบางที่ทั้งดิ้นรน กรีดร้อง เจือสะอื้น กำลังถูกเพื่อนของเขารวบรั้งเอาไว้สุดแรง เพราะเจ้าตัวทำท่าจะสำเร็จความใคร่ต่อหน้าทุกคน
ทั้งๆ ที่ผิวเนื้อขาวจัดยังเต็มไปด้วยรอยช้ำจ้ำเข้ม รวมถึงฟันคมที่ขบกัดจนหยาดเลือดซึมซิบ ไม่นับรวมช่องทางด้านหลังซึ่งเปรอะเลอะทั้งคราบขาวขุ่น และสีแดงฉานหยาดรินข้างพื้นหินอ่อนเนื้อดี
แทบบ้า
เรื่องต่ำช้าสารเลวมันเกิดขึ้นได้ยังไง???
"กุก...ยงกุก...ขอโทษ ฮึก...พี่ขอโทษ ยงกุก..." ไม่เคยเลย ไม่แม้สักครั้ง!!!
น้องชายฝาแฝดผู้เป็นทั้ง มักเน่ ประจำครอบครัว และกลุ่มเพื่อนของเขา ไม่มีสักครั้งที่พวกพี่ชายจะกล้าทำรุนแรงให้น้องต้องเจ็บ แม้บางคราจะเล่นกันหนักๆ ตามประสาผู้ชายวัยคะนอง แต่ก็ไม่มี...ไม่เคย ที่จะทำกันจนน้องร้องไห้ สะอึกสะอื้น
ยังจำได้ว่าความรัก ความเอ็นดูซึ่งพวกเขาทุกคนมีให้ยงกุก มันถึงขนาดว่าครั้งแรกๆ ที่แอบพากันไปมั่วสุม เสเพลตามประสาเด็กวัยรุ่นแตกเนื้อหนุ่ม แต่พอไอ้เด็กมักเน่ตามมาเจอและจับได้ พลางร่ำร้องจะขอเลียนแบบพฤติกรรมพี่ชายบ้าง
หลังจากทะเลาะกันจะเป็นจะตายเพราะความโคตรหวงน้องของยงนัม หาก ท้ายสุดแฝดพี่ก็ยอมให้แฝดน้องติดสอยห้อยตามไปทุกที่ โดยมีข้อแม้ว่าสิ่งเสเพลเดียวที่จะยอมให้ยงกุกทำได้ก็คือ...เรื่องบุหรี่
แค่นั้น!! เท่านั้น!!
เพราะยงกุกเป็นน้องเล็ก เด็กมักเน่ ถึงจะหน้าตาเหมือนกับยงนัมเกือบทุกประการ แต่ทั้งรูปร่าง ลักษณะนิสัย และอะไรหลายอย่างในตัวน้อง กลับแตกต่างจากคนพี่ชนิดฟ้ากับเหว
ไอ้ยงนัมเห็นเงียบๆ นิ่งๆ ติสท์ๆ แท้จริงแอบซ่อนไว้ด้วยความดิบ เถื่อนถ่อย สถุลสถุย แถมยังหยิ่ง ไว้ตัว และรักอิสระยิ่งกว่าใคร
แตกต่างจากยงกุกผู้เป็นเด็กใสๆ อ่านออกโคตรง่าย คิดอะไรก็ทำ ก็พูด และแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา จนเกือบถึงขั้นไร้เดียงสา ที่ำสำคัญ น้องมันโคตรน่ารัก จิตใจดี อ่อนโยน ขี้เกรงใจ แต่กลับแอบอ้อนพวกพี่ๆ อยู่บ่อยครั้ง
นั่น...ทำให้ยงกุกกลายเป็นน้องชายที่พี่ๆ ทุกคนทั้งรัก เอ็นดู ปกป้อง จนถึงขั้นหลงกันหัวปักหัวปำ
หาก ตอนนี้ วินาทีนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าพวกเขาทุกคน...มันคือเหี้ยอะไร???
"นัม...ไม่ไหว ฮือออ กุกไม่ไหว...ยงนัม นะ! ช่วยที ฮึก...ทำให้ที ฮือออ จะตาย ฮึก! แล้ว ยงนัม ฮือออ จะมะ ฮึก...ไหว..."
แม้แต่ตอนนี้ที่ร่างน้อยนั้นขาดสติ พลางเอ่ยถ้อยคำเว้าวอนพร้อมเบียดร่างขาวๆ เข้าหา อากัปกิริยาซึ่งคนอื่นอาจมองว่ายั่วยวน แต่ในสายตาของเขา...ยงกุกยังคงเป็นคนเดิม
เด็กน้อยใสซื่อ บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา ผู้ถูกพวกระยำต่ำหมาทำร้าย ทำลาย จนแทบแหลกสลายคามือ!!!
"...นัม!! ไอ้ยงนัม มึง...จะทำอะไรวะ!" ยินเพื่อนคนหนึ่งกระชากเสียงถามอย่างตื่นตระหนก
เพียงเพราะยงนัมคนพี่ก้มลงบดจูบเรียวปากช้ำยับของยงกุกคนน้อง และเมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งแววตาและถ้อยคำซึ่งแฝดพี่เอ่ยออกมา จึงพาให้คนฟังต่างรู้สึกจุกลึก เจ็บหนักในอก
"กูทำได้ทุกอย่าง!! ทุกอย่าง เพื่อยงกุก...กูไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่เหลือใคร...นอกจากน้อง ต่อให้ต้องลงนรก กูก็จะทำ!!!"